วิ ธีขับรถขึ้นลงเขาให้ถูกต้อง ปลอ ดภั ย โดยเฉพาะมือใหม่ดูไว้เลย

สำหรับเส้นทางในแต่ละภาค แต่ละจังหวัดนั้น มีความต่างกัน บางที่บางจังหวัดนั้น มีเส้นทางที่ขับได้ง่ายนั่นคือทางตรง ไม่มีเขา ซึ่งมือใหม่หัดขับ ก็ขับได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วเรามักจะชินในการขับทางตรงๆกัน มากกว่า แล้วถ้าเราจะไปในที่มีเนินเขา ต้องขับขึ้นลงเขาล่ะ จะทำอ ย่ างไร เชื่อว่ามีหล า ยๆคนที่อย ากรู้เช่นกัน

การขับรถแบบขึ้นเขาลงเขาที่มีความชันนั้น จะต้องมีการขับรถอ ย่ างระมัดระวังที่สุด เพราะเป็นทางที่ค่อนข้างจะย ากลำบาก สำหรับใครหล า ยๆคน มือใหม่หัดขับก็ควรที่จะต้องรู้เอาไว้กันให้ดีๆ เพราะในบางทีการขับรถที่เจอระยะทางแบบนี้ก็เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถที่จะเลี่ยงได้ หากเรารู้วิ ธีและรู้เ ท ค นิ คดีๆนั้นเราจะได้มีการขับรถไม่ว่าจะในระยะทางไหน ขึ้นเขาลงเขาก็จะปลอ ด ภั ย

หลักการขับรถลงเขา

ในเวลาที่ขับรถลงเขาไม่ควรใส่เกียร์ว่าง N เด็ดข า ดเพราะจะทำให้iถมีการไหลลงมาด้วยความเร็วที่สูง แต่ควรใช้เกียร์ D และมีการควบคุมความเร็วของรถให้สัมพันธ์กับเกียร์ไว้อยู่ตลอ ดด้วย

การเบรค สำหรับวิ ธีการลงเขาให้แตะเบรคเบาๆเป็นระยะ เพื่อที่จะเป็นตัวช่วยในการชะลอความเร็วลง ไม่ควรเหยียบเบรคค้างเอาไว้แบบนั้น เพราะนั่นจะทำให้ผ้าเบรคมีความร้อนจนไ ห ม้ได้ หรืออาจจะทำให้เบรคมีปัญหากะทันหันในระหว่างที่เราใช้งาน

หากไม่จำเป็นเลยจริงๆไม่ควรเหยียบคันเร่งแรงๆ ควรปล่อยให้รถไหลลงมาเองด้วยการใช้เกียร์ดีจะเป็นวิ ธีที่ถูกและเป็นวิ ธีที่ปลอ ด ภั ย สำหรับการขับรถลงเขาที่สุด ในระยะทางนั้น มีการขับรถที่เจอช่วงโค้งหักศอ กแล้วลาดลง ให้แตะเบรคและให้ทำการผ่อนความเร็วลงมาที่ประมาณ 40-50 กิโลเมตรต่อชม.จะเป็นระยะที่เหมาะที่สุดและเป็นความเร็วที่เหมาะที่สุดเช่นกัน

ในทางลงเขานั้นไม่ควรแซงรถในช่วงทางลาดชัน โดยเฉพาะรถบรรทุกหนัก เพราะรถแบบนี้จะหนักและมีอัตราเร่งที่สูงกว่ารถทั่วไป จะมีความเร็วที่มาก ในบางทีเราอาจจะมีการกะระยะที่ไม่พอ ดี ซึ่งจะทำให้เกิดเหตุต่างๆขึ้น มาได้

หลักการขับรถขึ้นเขา

ให้ดูเส้นทางของความชันว่ามีมากหรือน้อยใช้เกียร์ที่ D2-D1 จะขึ้นอยู่กับระดับความชันของระยะทางที่เราเจอ และเมื่อรถอยู่ในทางราบก็ให้เปลี่ยนเกียร์มาใช้เกียร์ที่ D เหยียบคันเร่งจังหวะของระดับความชันบนพื้นถนน และพย าย ามให้รอบเครื่องจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 ถึง 3,500 ควบคุมให้ไม่เกินไปถึง 4,500 จะเป็นระดับที่เหมาะ

ความเร็วในการขับขี่บนเส้นทางถนนบนทางชันนั้นคือ 50 ถึง 80 กิโลเมตรต่อชม. และไม่ควรใช้ความเร็วที่มากไปกว่านี้ หากมีรถที่จะแซงก็ให้ขับชิดซ้ายเอาไว้ให้เขาไปก่อนเลย ไม่ต้องรีบให้ค่อยๆต ามไปในจังหวะของเรา

ให้มีการเว้นระยะห่ า งสำหรับคันข้างหน้า ควรเว้นไว้อยู่ที่ประมาณ 30 ถึง 50 เมตร เผื่อมีเหตุฉุก เฉินต่างๆ เช่น มีการเบรกกะทันหันหรือเครื่องดับระหว่างกลางทาง เพื่อให้ความปลอ ด ภั ยให้กับตัวเราเองรวมถึงผู้ขับขี่บนท้องถนนคันอื่นๆด้วย

ทางโค้งที่มีลักษณะเป็นรูปตัว S เป็นระยะทางอ ย่ างต่อเนื่อง จะต้องมีการใช้สายต าที่มองแบบใกล้ๆเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าไม่มีรถที่สวน มาอ ย่ างแน่นอน ถอนคันเร่งแล้วให้เรียบทางตัดโค้งในแนวการขับขี่เป็นเส้นตรงมากที่สุด แล้วก็ค่อยๆไป

หากเจอทางโค้งที่มีลักษณะเป็นทางแคบและมีสันเขาที่บังสายต าของเรา ให้เข้าโค้งในรูปแบบธรรมดาและทำการบีบแตรเพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้รถคันอื่นๆที่สวน มาทราบได้ว่ามีรถของเราที่กำลังสวน มา

การขับขี่รถยนต์นั้นไม่ว่าจะเป็นบนเส้นทางไหนก็ต ามและยิ่งเป็นในทางขึ้นเขาหรือลงเขา จะต้องมีการขับรถแบบระมัดระวังมากๆ และจะต้องเรียนรู้เส้นทางก่อนที่จะออ กเดินทาง เพื่อที่จะรับมือและรู้วิ ธีการขับได้อ ย่ างถูกต้อง เพื่อความปลอ ด ภั ยของตัวคุณเองรวมถึงผู้ขับขี่คนอื่นบนท้องถนนด้วยเช่นกัน รู้เ ท ค นิ คดีๆนี้เอาไว้จะดีเอามากๆเลย

ที่มา   postsod