9 เรื่องที่กำลังให้หยุดใช้เงินฟุ้มเฟือย

หากวันนี้คุณนั้นกำลังใช้เงินมือเติบ เราอย ากให้คุณนั้นได้อ่ า น บทความนี้ และจะเข้าใจในสิ่งที่เรานั้นกำลังจะบอ กคุณมากขึ้น กับ 9 เรื่องที่กำลังให้หยุดใช้เงินฟุ้มเฟือย
ไปดูกันว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น แะให้คุณนั้นหยุดใช้จ่ายฟุ้มเฟือยได้แล้ว

อาจจะเป็นเพราะว่าเราไม่ได้เกิด มาบนกองเงินกองทอง ทำให้เรานั้น ต้องดิ้นรน มากกว่าคนอื่น เพราะชีวิตคนเรานั้น ต้นทุนชีวิต มันไม่เท่ากัน แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรค ที่จะมาขัดขวางไม่ให้เราประสบความสำเร็จในชีวิต

หากเรามองให้มันเป็นแรงผลักดันที่จะทำให้เรา มีแรงฮึดและแรงใจที่จะสู้ต่ออุปสรรคต่างๆ สักวันหนึ่งเราก็จะประสบความสำเร็จในชีวิตเองแหละ ถึงแม้ว่าตอนนี้ เราอาจจะต้องดิ้นรน มากกว่า

คนอื่นก็ต าม แต่อย่ างน้อยหากเราประสบความสำเร็จ และได้ดีขึ้น มา มันก็คุ้มกับทุกหย าดเหงื่อที่เราเสียไป ยิ่งต้นทุนชีวิตเราน้อยมากแค่ไหน เราก็ต้องพย าย ามให้มากเท่านั้น และนั่นแหละ ที่จะทำให้เราเติบโตและเข้มแข็งขึ้นในวันข้างหน้า

เมื่อบ้านเรานั้นเข้าสู่เศรษฐกิจ ที่ข้าวย ากหมากแพง มานานแล้ว ยังต้องมาเจอวิกฤต โ ร ค ร ะ บาดอีก ด้วยจึงทำให้หล า ย ๆ คนนั้น ไม่มีเงินใช้ และวันนี้ เราก็มีบทความเกี่ยวกับ ในอีกไม่กี่ปี 9 อย่ างนี้ จะเกิดขึ้น จงหยุดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นไปดูกันว่า

ควรหยุดการใช้จ่ายอะไรบ้าง ต้นทุนของคนเรานั้น เกิดมาไม่เท่ากันหรอ กนะ ถ้าหากเราไม่มีเหมือนใคร

เขาเราก็ต้องพย าย าม ให้มากกว่า คนที่เขามีหล า ยๆเท่า ความเหนื่อยเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็ไม่อย ากจะเจอหรอ กนะ

แต่บางทีมันก็เลี่ยงไม่ได้ เพื่อที่เราจะได้มีทุกอย่ าง อย่ างที่หวัง เราก็ต้องยอมเหนื่อย กับมันหน่อย แต่อย่ างน้อยความเหนื่อยนี่แหละ ที่จะทำให้เราอ ดทน และสามารถรับมือ กับสิ่งต่างๆ

ที่เข้ามาในชีวิตได้เพราะว่า ความจนมันบังคับ เรายังไงล่ะ มันสั่งให้เราต้องสู้ไม่อย่ างนั้น เราก็จะไม่มีอะไรเลยในชีวิตแตกต่างจากคนที่ เกิดมามีพร้อมทุกอย่ างคนพวกนี้

เขาแทบจะไม่ต้องพย าย ามอะไรเลยแต่เพราะว่าเราเลือ กเกิดไม่ได้ แต่เราเลือ กที่จะกำหนดชีวิตของเราได้ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องสู้ให้ความเหนื่อย มันหล่อหลอมให้เราอ ดทน

วันข้างหน้าต่อให้จะเจออะไรที่มันทำให้เหนื่อยแค่ไหนเราก็ไม่หวั่น ให้ความจนมันเป็นแรงขับเคลื่อน ให้เราสู้อย่ างมีความหวังเพื่อที่จะหนีจากความจนนั้น ให้มันเป็นแรงฮึดสู้ให้กับเราไม่ใช่เอามาทำให้ เราหมดกำลังใจที่จะสู้แล้ว สักวันหนึ่งทุกอย่ างมัน จะเป็นของเราเอง

1 เงินเฟ้อแฝง

นอ กจาก ด อ ก เบี้ยเงินฝากในบัญชี จะไม่มีแล้ว ค่าครองชีพก็ยังเพิ่มขึ้นทุกปีหากลองมองย้อนกลับไปในอดีต จะเห็นว่าค่าครองชีพนั้นสูงขึ้นรื่อยๆเงิน40บาท

ที่เมื่อก่อนซื้ อก๋วยเตี๋ยวได้ 2 ช ามเดี๋ยวนี้ ก็ซื้ อได้แค่ช ามเดียว เรามีเงินเท่าเดิมในขณะที่ข้าวของทุกอย่ างแพงขึ้น ซื้ อของได้น้อยลงนี่แหละที่เรียกว่าเงินเฟ้อแฝงก็คือ ‘ค่าครองชีพ’

2 หลังจากยุค ด อ ก เบี้ย 0% ทุกอย่ างจะแย่ลงไปอีก

นั่นเป็นเพราะว่าเงินจะล้น ระบบแต่ไม่ใช่เงินมีมาก สำหรับทุกคนหรอ กนะ เมื่อเงินล้นระบบจะล้นไป อยู่ที่มือคนร ว ย ซึ่งคนร ว ยมีจำนวนที่น้อยมากๆ เมื่อเทียบกับคนจน จึงเกิดการใช้จ่าย ที่น้อยต ามไปด้วย

และเมื่อใช้จ่ายน้อย ก็จะส่ งผลจากเล็ก ๆ เช่นพ่อค้าแม่ค้า ไม่มีคนซื้ อของก็จะข า ยไม่ได้ตลาด ห้างสรรพสินค้าไม่มี คนเดินคนส่วน มากไม่มีเงิน

ที่จะเอาไปใช้จ่าย ให้เงินหมุนเวียนเศรษฐกิจ และพอเศรษฐกิจไม่ดี ทั้งบริษัททั้งโรงงาน ก็ต้องปิดตัวลง พนักงานและคนงานก็ต้องตกงานกล า ยเป็นล้มไปหมดทั้งระบบ

3 เงินจะห า ย ากมากขึ้น

ลองดูทุกวันนี้สิว่าคนเริ่มจับจ่ายใช้สอยกันน้อยลงขนาดไหน นี่ยังไม่รวมกับวิกฤต โ ค วิ ด ที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้ จนส่ งผลกระทบในวงกว้าง และหากในอนาคตที่ธนาคารทั่วโลกจ ะให้ ด อ ก เบี้ยเงินฝาก 0%

เท่ากับคนที่ฝากเงินในธนาคาร จะไม่ได้ ด อ ก เบี้ยเลย คุณรู้ไหมว่าเงินที่สามารถ งอ กเงยจาก ระบบ ด อ กเบี้ยนั้น มีถึงแสนล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว

และถ้าเงินส่วนนี้ห า ยไป กล า ยเป็น 0 คิดภาพดูสิว่า เงินห า ยไปจากเศรษฐกิจ ชีวิตประจำวันขนาดไหน เมื่อเงินห า ยไป กำลังการซื้ อ ก็ลดลงด้วยเช่นกัน

4 คำว่าอิสรภาพทางการเงินจะเอื้อมถึงได้ย ากขึ้น

เดี๋ยวนี้ใครๆก็ชอบพูด เรื่องอิสรภาพทางการเงินกัน มากขึ้น หรือที่ชอบเรียกกันว่า Passive Income เป็นการที่มีรายได้เข้ามามากกว่ารายจ่าย แบบที่เราไม่ต้องทำงานเป็นการสร้าง

อิสรภาพทางการเงินให้ตัวเอง ซึ่งคนสมัยก่อนจะนิยมฝากเงิน เพื่อหวังจะเอา ด อ ก เบี้ยได้บ้าง แต่ถ้ามองดูยุคปัจจุบันเราคงทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว

และยิ่งลงทุนผิ ดที่กล า ยเป็นว่าเรา จะต้องทำงานไปตลอ ดชีวิต และไม่มีคำว่า ‘อิสรภาพทางการเงิน’ ให้เราได้เข้าใกล้ได้เลย

5 เงินจะอยู่เหนือคน มากยิ่งขึ้น

เมื่อเงินห า ย ากมากขึ้นก็ยิ่งมีค่ามากขึ้น และคนก็จะพย าย าม ทำทุกอย่ างเพื่อ ให้ได้มัน มาโดยที่จะไม่สนว่า ต้องทำให้ใครรู้สึกแย่เรียกว่าไม่แคร์กับผลที่ต ามมาเลยก็ว่าได้

6 ความเหลื่อมล้ำจะมากขึ้น

หากเงินฝากไม่มี ด อ ก เบี้ยก็จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคม เพิ่มมากขึ้นได้เช่นกัน คนรวที่มีอยู่เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ก็จะยิ่งร ว ยขึ้น

ในขณะที่คนจนคนที่หาเช้ากินค่ำ ไม่มีเงินเหลือเก็บ และยิ่งการวางแผนทางการเงินไม่มี หรือลงทุนไม่เป็นไม่มี ความรู้ในการลงทุน ให้เงินงอ กเลยได้เลย ก็ต้องทำงานหนักแบบนี้ ไปตลอ ดชีวิต

7 ครอบครัวมีปัญหามากขึ้น

สมัยก่อนผู้ช ายจะเป็นคนออ กไปทำงาน หาเงินเพื่อมาเลี้ยงครอบครัวผู้หญิง จะอยู่บ้าน คอยดูแลงานบ้าน และเลี้ยงลูกทำให้มีเวลา อยู่กับลูกได้ตลอ ด แต่พอมายุคนี้ทั้งพ่อและ แม่ก็ออ กไปทำงานนอ กบ้าน

และยิ่งยุคที่เงินห า ย าก ยิ่งต้องทำงาน มากขึ้นไปอีก เพราะหาเงิน มา ก็ไม่พอค่าใช้จ่าย ลูกก็ไม่มีใครอยู่ด้วย และยิ่งมีการทำโอทีกลับบ้านดึกดื่น ยิ่งไม่มีเวลาเจอหน้ากันเลย ในแต่ละวัน และเมื่อพ่อแม่ ทำแต่งานไม่มีเวลา ให้ครอบครัว ก็ทำให้ลูกเริ่มมีปัญหา และเป็นปัญหาสังคมต่อไปอีก

8 คอรัปชั่นและการโ ก งจะมากขึ้น

แน่นอนว่าเงินยิ่งห า ย ากการมีโอ กาส หรือหนทางก็ต้องคว้าเอาไว้ และมันทำให้คนข า ด จิตสำนึก ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมยอม ทำทุกอย่ างเพื่อเงิน ไม่สนใจว่ามันเป็นสิ่งที่ผิ ดหรือถูก

9 ผู้สูงอายุต้องกลับมาทำงาน

ปกติแล้วในวัยสูงอายุคนวัยนี้ส่วนใหญ่ก็มักจะวางแผน ก่อนวัยเกษียณเพื่อให้มีเงินเก็บเงินก้อนไว้ใช้หลังเกษียณ ได้มากเพียงพอที่จะสามารถฝากธนาคาร และหวังเก็บ ด อ ก เบี้ยกินได้บ้าง

แต่ถ้าหากเงิน ฝากไม่มี ด อ ก เบี้ย ก็จะทำให้เงินก้อนค่อยๆถูกใช้ไปจนหมด และก็กล า ยเป็นว่าผู้สูงอายุต้องกลับมาทำงาน เพื่อหาเงินเลี้ยงตัวเองอีกครั้งเป็นเรื่องที่น่ากลัว และน่ากังวลมากเลยนะคะ

จากเมื่อก่อนคุณพ่อเป็นคนหาเงินเข้าบ้าน คุณแม่อยู่ดูแลลูกที่บ้านพอเจอวิกฤติทางการเงิน ทีนี้คุณพ่อก็ต้องหาเงินคุณแม่ก็ต้องหาเงิน มีเวลาให้ลูกน้อยลงเกิดเป็นปัญหาสังคม เข้าไปอีกค่ะ

ที่มา stand-smiling, meeyim