4 แนวทางเก็บเงินออม ให้มีเงินเก็บ โดยที่ตัวเองก็ไม่ลำบากในแต่ละเดือน

คุณเคยคิดที่จะเก็บเงินเพื่อไว้ใช้จ่ายในอนาคตไหม แต่คุณนั้นก็ยังไม่สามารถที่จะเก็บเงินได้สักที บทความนี้จะบอ กคุณเกี่ยวกับ 4 แนวทางเก็บเงินออม ให้มีเงินเก็บ โดยที่ตัวเองก็ไม่ลำบากในแต่ละเดือน ไปดุกันว่าแนวทางการเก็บเงินนั้นจะเก็บในลักษณะไหนถึงจะมีเงินเก็บแบบจริงๆ จังสักที

ต้นทุนของคนเรานั้น เกิดมาไม่เท่ากันหรอ กนะ ถ้าหากเราไม่มีเหมือนใครเขา เราก็ต้องพย าย าม ให้มากกว่าคนที่เขามีหล า ยๆเท่า ความเหนื่อย เป็นสิ่งที่ใครๆก็ไม่อย ากจะเจอหรอ กนะ แต่บางทีมันก็เลี่ยงไม่ได้ เพื่อที่เราจะได้มีทุกอย่ างอย่ างที่หวัง

เราก็ต้องยอมเหนื่อยกับมันหน่อย แต่อย่ างน้อยความเหนื่อยนี่แหละ ที่จะทำให้เราอ ดทน และสามารถรับมือกับสิ่งต่างๆที่เข้ามาในชีวิตได้ เพราะว่าความจนมันบังคับเรายังไงล่ะ มันสั่งให้เราต้องสู้ ไม่อย่ างนั้นเราก็จะไม่มีอะไรเลยในชีวิต แตกต่างจากคนที่

เกิดมามีพร้อมทุกอย่ าง คนพวกนี้เขาแทบจะไม่ต้องพย าย ามอะไรเลย แต่เพราะว่าเราเลือ กเกิดไม่ได้ แต่เราเลือ กที่จะกำหนดชีวิตของเราได้ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องสู้ ให้ความเหนื่อยมันหล่อหลอมให้เราอ ดทน วันข้างหน้าต่อให้จะเจออะไรที่มันทำให้เหนื่อยแค่ไหน เราก็ไม่หวั่น

ให้ความจนมันเป็นแรงขับเคลื่อน ให้เราสู้อย่ างมีความหวัง เพื่อที่จะหนีจากความจนนั้น ให้มันเป็นแรงฮึดสู้ให้กับเรา ไม่ใช่เอามาทำให้ เราหมดกำลังใจที่จะสู้ แล้วสักวันหนึ่งทุกอย่ างมันจะเป็นของเราเอง

เหตุใดจึงเก็บเท่าไหร่ ก็ไม่ได้อย่ างที่ตั้งใจสักที หรือเรากำลังเก็บเงิน แบบผิ ดๆอยู่นะ เรามีเท คนิคการตั้งเป้าหมาย ในการเก็บเงิน ที่สามารถทำได้ และไม่สำบากตัวเอง สามารถมีเงินไปช็อป เที่ยว ให้ตัวเองมีความสุขได้ไม่ย าก

1 เราจงนำเงินออมมาล งทุ น

เก็บเงินคือสิ่งที่ดีแต่จะดียิ่งขึ้น หากเรานำเ งินนั้น มาทำให้เกิดผล ที่งอ กเงยด้วยการนำไปลงทุ นต่อ แต่มันก็ล้วนแล้วแต่มีความเสี่ ยงที่ต้องยอมรับนะ ฉะนั้นเราจึงควรศึกษารายละเอียดในการลงทุ นให้ดี ก่อนที่จะทำอะไร เพื่อที่เราจะได้สามารถเลือ กวิธีการล งทุนที่เ หมาะกับเราได้

2 เราจงแบ่ งสัดส่วน ของเงิน

ทำบันทึก รายรับรายจ่าย เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าเรามีร ายได้และรายจ่ายแค่ไหนกัน แล้วนำการจดบันทึกนั้น วิเคราะห์ว่าเราควรเก็บเงิน เดือนละเท่าไหร่ มีเงินสำหรับใช้จ่าย เท่าไหร่ เราจะได้รู้ และมันจะทำให้เราจัดการ เงินของเราได้ง่ายขึ้น

3 ตั้งเป้าหมาย สำหรับการออมเงินที่ชัดเจนขึ้น

คนทุกคนก็อย ากมีเงินเก็บ แต่ไม่ได้ระบุลงรายละเอียดไปว่าต้องการเก็บเงินให้ได้ จำนวนเท่าแค่ไหน ภายในระยะเวลาเท่าไหร่ ถ้าเรามีเป้าหม ายในการออมเงินอยู่แล้ว เช่นต้องการเก็บ เงินเพื่อนำไปซื้ อบ้าน

หรือไว้ใช้ ตอนวัยเกษียณ เราควรระบุ ให้ชัดเจนไปเลย เพื่อที่เราจะได้มองเห็นจุดหมายปล า ยท าง ในการเก็บเงินของเรา และเราจะมีกำลังใจมากขึ้นเวลาที่เห็นตัวเลข ที่เพิ่มมากขึ้น

4 เ ปลี่ยนทัศนคติ เรื่องการเก็บเงิน

การเก็บเงิน ควรมาเป็นอันดับหนึ่ง ไม่ใช่สิ่งที่จะทำเป็นเรื่องสุดท้ายนะ พอเงินเราเหลือหล า ยคนมีทัศนคติ เกี่ยวกับการเก็บเงิน ที่ผิ ดๆเช่นการใช้เงินที่หามาได้ก่อ น พอเงินเหลือค่อยนำมาเก็บออม และหากไม่เหลือก็ไม่ต้องเก็บเลย ซึ่งเช่นนี้ เป็นควา มคิดที่ผิ ด มันจะทำให้เรากล า ยเป้นคน ไม่มีวินัยทางการเงิน

และเป้าหมายในการออมเงิน ที่ตั้งไว้ก็ทำไม่สำเร็จสักที จนบางที่มันทำให้รู้สึกท้อแท้ แล้วตั้งคำถามกับตัวเองว่า เหตุใดเราจึงไม่มีเงินเก็บ ที่ถูกต้องที่สุด คือ การ ‘เก็บก่อนใช้’ แบ่ งเงินเก็บออ กมา จากร ายได้ของเราทันที

เพื่อป้องกันไม่ให้เราเผลอใช้เงินนั้นจนหมด แล้วมันยังทำให้เรามองเห็นจำนวนตัวเลข ที่เราส ามารถใช้ได้จริง ไม่ใช่ใช้เงินทั้งหมดโดยที่ไม่แบ่ งมาออมเลย

ที่มา san-sabai, meeyim