15 วิ ธีคิดของคนฉลาด ที่ทำในการใช้ชีวิต ให้สุขกายสบายใจ

ในการใช้ชีวิตของเรามักจะเจอเรื่องมากมายในแต่ละวัน แต่เราจะใช้ชีวิตอย่ างไรให้อยู่อย่ างเป็นสุข และมีสติในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เข้ามาในแต่ละวันได้ วันนี้เรามีบทความ 15 วิ ธีคิดของคนฉลาด ที่ทำในการใช้ชีวิต ให้สุขกายสบายใจ มาฝากกันจะมีอะไรบ้างเราไปดูพร้อมๆกันเลย

1. ตื่นอย่ างมีสติ

แทนที่จะตื่น มาแล้วเช็คข่าวสารจากโซเชียลมีเดียเป็นสิ่งแรกของวัน ให้เวลาตัวเองซัก 5 ถึง 10 นาที นั่งสมาธินิ่งๆ ก่อนจะรับข่าวสารอื่นๆ เพื่อช่วยให้การเริ่มต้นวันใหม่เป็นไปอย่ างมั่นคงในอารมณ์

2. รู้เขารู้เรา

บางครั้งแค่เราลองมองใส่ใจนิสัยของคนรอบข้างบ้าง ก็สามารถที่จะทำให้เราอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่ างไม่ย ากเย็น แต่เราจะต้องรู้จักระงับสติอารมณ์ของเราด้วยเพราะเมื่อเราทราบแล้วว่าเขาเป็นคนแบบนี๊ หากเรารับนิสัยเขาไม่ได้ ก็ให้อยู่ห่างๆ เข้าไว้เป็นดีที่สุด จะได้ไม่ต้องมีเรื่องมีราวกัน

3. ทำงานอย่ างมีสติ

ท่ามกลางมรสุมงาน และการติดต่อผู้คน มากมายตลอ ดวัน เราก็สามารถ ฝึกสติรู้เนื้อรู้ตัวได้ง่ายๆ เพียงหลับต าลงห า ยใจเข้าและออ กลึกๆสัก5 รอบลมห า ยใจ โดยให้สติต ามลมห า ยใจ โดยไม่คิดเรื่องอื่น แล้วค่อยกลับไปโฟกัสกับงานตรงหน้าใหม่อีกครั้ง

4. เข้าหูซ้ายทะ ลุหุขวา

อย่ าเพิ่งเข้าใจผิ ดนะครับ เพราะปกติแล้วคำว่า ฟังหูซ้ายทะลุหูขวา นั้นเขาใช้เปรียบเปรยคนที่ฟังอะไรแล้วไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ ไม่รับความคิดใหม่ๆ เข้ามาแต่ตอนนี๊ผมกำลังหมายถึง ถ้าเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องแล้ว การฟังแบบเข้าหูซ้ายทะ ลุหูขวานั้น นับเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้เราไม่ใส่ใจกับสิ่งที่ใครกล่าวมา

5. กินอย่ างมีสติ

บางครั้งเราก็ทานไปด้วยคุยโทรศัพท์ไปด้วย บางครั้งก็ทานไปด้วยดูจอทีวี จอมือถือไปด้วย แล้วครั้งสุดท้ายที่ทานอาหารทีละคำ รับรสชาติ แล้วขอบคุณอาหารในมื้อนั้น คือเมื่อไหร่กันหรือ

6. เดินอย่ างมีสติ

เดินไปข้างหน้าด้วยความรู้สึกขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่ างขอบคุณร่างกายที่ยังมีกำลังมากพอให้สามารถเดินได้ ขอบคุณถนนหนทางที่ สะดวกสบายมากพอจนเดินก้าวไปได้ และเดินด้วยใจกรุณาด้วยความรู้สึกว่า อย ากสร้างแต่รอย ย่ำอันงดงามให้กับโลกใบนี๊

7.สนทนาอย่ างมีสติ

ฟังอย่ างตั้งใจ ฟังโดยไม่คิดตัดสินคู่สนทนา เปลี่ยนสภาพตัวเองให้เป็นเหมือนภาชนะว่างเปล่าที่พร้อมรับฟังบุคคลตรงหน้า ขณะที่เมื่อพูดก็ตระหนักถึงความงดงามของความสัมพันธ์ระหว่างคุณและคู่สนทนาสื่อสารด้วยความรัก ด้วยความหวังดีด้วยใจที่อย ากจะสร้างสรรค์ความหมายดีๆ ระหว่างกัน

8. ปล่อยวางไม่ยึดติด

ปัญหาที่เกิดขึ้นนทุกวันนี๊ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะคนเรามีอัตต ามากเกินไป หากเราลองเปลี่ยนความคิดไม่ยึดติดกับตัวตน แล้วลองคิดว่า สุดท้ายวันหนึ่งเราก็ต้อง

แตกดับและสล า ยไป วนเวียนเป็นวัฏจักรเช่นนี๊เรื่อยไปเพราะฉะนั้น ถ้าเรายอมรับกับวัฏจักรแห่งการเกิดดับนี๊แล้ว ไม่ว่าเรื่องใดๆ ก็คงเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

9.ขอโ ท ษ

หากเราทำผิ ด การใช้คำว่าขอโ ท ษนั้น ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด ไม่ใช่เรื่องย ากเลย ถ้าเราจะต้องเอ่ยคำขอโ ท ษ เพราะคำคำนี๊ไม่ได้ทำให้ศักดิ์ศรีของเราตกต่ำลง

หากแต่เป็นการรู้จักยอมรับในสิ่งที่ตนเองผิ ดต่างหากอีกทั้งยังจะทำให้สถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ คลี่คล า ยลงได้ อย่ างไรก็ต าม เราไม่ควรใช้คำขอโ ท ษอย่ างพร่ำเพรื่อเพราะจะทำให้ติดเป็นนิสัยที่ไม่ดี ทำอะไรก็ไม่ระมัดระวัง

10. คิดมากไปหรือเปล่า

อาการคิดมากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดโ ร คได้ ยิ่งอากาศร้อนๆ ยิ่งเหตุการณ์อะไรๆ ก็ไม่เป็นใจด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ร้อนรน เมื่อเกิด เรื่องก็จะยิ่งเก็บมาคิดจนไม่เป็นอันกินอันนอนลองเปลี่ยนจากความคิดเรื่องแย่ ๆ เปลี่ยนเป็นคิดเรื่องดีๆบ้างสิครับ เพราะความคิดนั้นเป็นตัวกำหนดวิถีชีวิตของเราไม่เชื่อลองทำดูคิดดีทำดีเท่านี๊พอ

11. ยิ้มแห่งสย าม

รอยยิ้มสร้างโลกนี๊ให้สดใสได้ เหมือนดังคำที่บอ กว่าถ้าคุณยิ้ม โลกก็จะยิ้มให้คุณ เพียงแค่คุณไปไหนแล้ว มีแต่รอยยิ้มให้คนรอบข้างคนรอบข้างก็จะอารมณ์ดีขึ้นไปด้วย

12. ฝึกสมาธิ

การฝึกสมาธิให้ใจสงบนั้น มีหล า ยรูปแบบ จะนั่งสมาธิหรือเดินสมาธิก็ได้ อย่ างที่ผมเคยเขียนในเล่มก่อนๆ ว่าเมื่อมีสมาธิก็มีสติ เมื่อมีสติก็เกิดปัญญาเวลาเกิดปัญหาก็จะมีทางแก้ไข

13. นับหนึ่งให้ถึงสิบ

เริ่มจากวิ ธีพื้นฐานอย่ างนับเลขในใจ เวลาที่เราโ ก ร ธใครให้ลองนับหนึ่งถึงสิบ หรือจะนับถึงร้อยถึงพันก็คงไม่มีใครว่า เพราะการนับเลขจะส่งผลให้เรามีสมาธิ และยังได้มีเวลาไตร่ตรองคิดถึง สิ่งที่ผู้อื่นทำกับเรา และสิ่งที่เรากำลังคิดจะทำด้วย

14. ห า ยใจเข้าและออ กลึกๆ

การห า ยใจเข้าออ กลึกๆนานๆ จะทำให้เราได้มีสติยั้งคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น และทำให้ร่างกายเราได้รับการผ่อนคล า ยจากลมห า ยใจที่รับเข้าและส่งออ กดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลง

15. ไม่หนีแต่ไม่ปะทะ

หากเราไม่สามารถ จะทำอะไรกับเหตุการณ์ที่เกิ ดขึ้นตรงหน้าได้แต่จะเก็บเอาไว้ก็กลัวจะกล า ยเป็นคนเก็บกดจะเดินหนี ก็จะกล า ยเป็นคนไม่ยอมรับความจริงหากเกิ ดเหตุการณ์แบบนี๊คงต้อง

ใช้สติที่รอบคอบตั ดสินใจในการแก้ปัญหารับฟังสิ่งที่ผู้อื่นว่ามา แล้วก็นำไปปรับปรุงในส่วนที่ไม่ดี หากแต่เป็นสิ่งที่เขาพูดพร่ำเพรื่อก็ ไม่ต้องกังวลให้เสี ยเวลา เลิกคิดไปเลยไม่จำเป็นต้องไปต่อปากต่อคำด้วย เพราะการทำเช่นนั้น ไม่ได้ส่งผลดีอะไรขึ้น มาเลย

ที่มา  verrysmilejung