14 เรื่องที่คนใช้รถเป็นประจำทุกวัน มักจะมองข้ามตลอ ด

หากวันนี้คุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้รถอยู่เป็นประจำทุกวัน แต่ก็มักที่จะมองข้ามสิ่งสำคัญใกล้ตัวของคุณ วันนี้เรามีบทความที่อย ากจะนำเสนอคุณเกี่ยวกับ 14 เรื่องที่คนใช้รถเป็นประจำทุกวัน มักจะมองข้ามตลอ ด ไปดูกันว่าสิ่งไหนที่คุณมองข้ามไปบ้าง และต่อไปจะได้ไม่มองข้ามมันไปอีก

การขับรถนั้นนอ กจากจะต้องฝึกทักษะการขับรถให้เป็นบังคับรถให้คล่องแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แ นคือรายละเอียดต่างๆของรถเรา ว่าส่วนไหนทำงานอย่ างไร มีสิ่งไหนที่เราควรต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อที่จะไม่เกิดปัญหาต่างๆต ามมาภายหลังได้

เพราะการป้องกันนั้นย่อมดีกว่าการแก้ไขเสมอ การเช็คสภาพรถก่อนที่จะใช้งานนั้นจึงเป็นสิ่งที่ควรที่จะหมั่นทำให้เป็นนิสัย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางระยะไกลหรือใกล้ๆก็ต้องไม่ลืมที่จะตรวจสอบอยู่เสมอ

1 เบอร์ ฉุ ก เ ฉิ น

เพราะเรื่องไม่คาดฝันและอุ บั ติเ ห ตุบนท้องถนนสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ เบอร์ ฉุ ก เ ฉิ นทั้งเบอร์ประกัน เบอร์ช่าง ควรมีติดตัวหรือติดรถไว้เสมอ

2 ระบบเบรก

เบรกเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ เพราะช่วยชะลอและหยุดรถ วิธีการตรวจสอบคือ ทดลองวิ่งที่ความเร็วต่ำๆประมาณ 30 กม. ต่อ ชม. แล้วให้เหยียบเบรกแรงๆเพื่อทดสอบ

หากมีเสียงดังจากช่วงล่างหรือรู้สึกถึงแรงสะเทือนที่เบรกขึ้น มาเป็นจังหวะถี่ๆ แสดงว่าระบบ ABS ยังทำงานได้ดี แต่ถ้าเหยียบเบรกแล้วมีเสียงย างบดกับพื้นถนน แสดงว่าระบบเบรกอาจมีปัญหา

3 ย า งรถ

ให้หมั่นตรวจเช็คสภาพย างรถเสมอ คอยเช็คเรื่องย างบวมหรือมีร อย ฉี ก ข า ดหรือไม่ ตรวจเช็คความเสื่อมของด อ ก ย า งว่าสึกหรอ หรือเหลือต่ำกว่า 1.6 มม. หรือไม่ หากมีรอยแตกร้าวแสดงว่าย างอาจหมดอายุการใช้งานแล้ว

4 ระบบไฟ

เป็นจุดที่สำคัญของรถเพราะหากเกิดปัญหาขึ้นกับระบบไฟ จะทำให้การควบคุมต่างๆในรถเกิดอาการผิดปกติและไม่สามารถทำงานได้ทั้งระบบไฟในส่วนที่ต่อตรงกับไดช าร์จเพื่อใช้สต าร์ทรถ หรือไฟฟ้าที่ใช้ส่องสว่างนอ กรถ ไฟเลี้ยว ไฟสูง รวมทั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆในรถ

เช่น เซ็นทรัลล็อค กระจกไฟฟ้า เราสามารถเช็คไฟโดยการเปิดแอร์ให้แรงสุดแล้วเปิดวิทยุ พร้อมกับเปิดไฟสูง หากไฟมีอาการติดๆดับๆหรือแผ่ว ไม่คงที่ แสดงว่าระบบไฟฟ้าอาจมีปัญหา ให้เช็คที่ไดช าร์จหรือแบตเตอรี่

5 แบตเตอรี่

หมั่นเช็คน้ำกลั่นในแบตเตอรี่ให้อยู่ในระดับที่ปกติ และเช็คต ามข้อต่อสายไฟว่าไม่หลุดหรือเสียห า ย

6 น้ำมันเครื่อง

เป็นส่วนที่สำคัญกับเครื่องยนต์ สามารถเช็คโดยดึงก้านน้ำมันเครื่องขึ้น มาดูระดับน้ำมันเครื่อง หากพร้องไปสามารถเติมลงไปได้ และต้องคอยเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก 10000 กิโลเมตรด้วย

7 น้ำมันเบรก

ระบบเบรกที่ดีก็ต้องการการดูแลสม่ำเสมอ น้ำมันเบรกจะช่วยให้ระบบเบรกทำงานได้อย่ างมีประสิทธิภาพ ให้หมั่นตรวจสอบลูกสูบ ลู กย าง ลูกปั๊มเบรก และคอยดูเรื่องน้ำมันเบรกรั่วบ่อยๆ เพราะหากข า ดน้ำมันจะทำให้ระบบเสียห า ยได้

8 ระบบน้ำ

ภายในห้องเครื่องจะมีระบบน้ำ ทั้งระดับน้ำหล่อเย็นที่ควรอยู่ในระดับสูงสุด เสมอ และหม้อน้ำก็ควรดูแลไม่ให้มีเศษวัสดุต่างๆติดต ามหม้อน้ำ รวมทั้งท่อย างที่อยู่ในสภาพปกติไม่มีส่วนใดชำรุดเสียห า ย

9 กล่องอุปกรณ์และอะไหล่

ในกรณีฉุ ก เ ฉิ นบนรถต้องมีอุปกรณ์ต่างๆที่ต้องใช้ เช่น กล่องเครื่องมือ อะไหล่สำรอง แม่แรง สายพ่วงไฟ เป็นต้น ทั้งหมดนี้ควรมีติดรถอยู่เสมอ เมื่อใช้แล้วต้องเก็บคืนที่ให้เรียบร้อยทุกครั้ง

10 ระบบแอร์

ปัญหาที่เกิดบ่อยคือแอร์มีกลิ่นอับ สาเหตุจากการอุดตันของกรองแอร์ ซึ่งเราควรเปลี่ยนกรองแอร์ทุกๆ 10000 กม. หรือเปิดกระจกรถเวลาขับรถบ้างหากสามารถทำได้เพราะจะช่วยไม่ให้กรองแอร์ตันเร็ว

11 ที่ปัดน้ำฝน

ที่ปัดน้ำฝนที่หมดอายุ ย า ง เ สื่ อ มหรือหลุด จะเป็นปัญหามากเวลาที่ต้องเจอกับฝนตก แม้ย างปัดน้ำฝนจะมีอายุใช้งาน 1-2 ปี แต่อาจเสื่อมสภาพได้จากการจอ ดรถต ากแดดแรงๆและอากาศร้อนจัดอาจทำให้ย างปัดน้ำฝนเ สื่ อ มไวกว่าปกติได้

12 เช็คระบบแตร

แตรเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ควรใช้งานได้เสมอ เพราะเอาไว้ส่ งสัญญาณต่างๆตอนขับขี่ ก่อนออ กเดินทางจึงควรเช็คว่าอยู่ในสภาพปกติเสมอ

13 เข็มขัดนิรภั ย

เข็มขัดนิรภั ยจะต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่ฉีกขาและตัวล็อคสามารถล็อคได้ต ามปกติ

14 มีความระมัดระวัง

ทุกครั้งที่ขับขี่รถ ต้องเคารพกฎจราจรเสมอ ทำต ามกฎไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่หากเราฝ่าฝืนก็อาจเกิดอุ บั ติ เ ห ตุ ใหญ่ได้เสมอ

การขับขี่รถให้ป ล อ ด ภั ยเราจำเป็นต้องใส่ใจกับรถและข้อต่างๆข้างต้น รวมทั้งการใช้ความเร็วที่ไม่เกินกำหนด

เพราะการขับรถเร็วอาจทำให้เกิด อุ บั ติเ ห ตุร้ า ย แ ร งได้ แค่ความเร็วที่เกินกำหนดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ผู้ขับขี่ได้รับอั น ต ร า ยได้

ที่มา krustory