12 บุญที่ดูแลพ่อแม่ เป็นการสร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ ยิ่งทำยิ่งได้

บุญคุณพ่อแม่นั้นยิ่งใหญ่ ตอบแทนแค่ไหนก็ไม่มีวันหมด ท่านเลี้ยงดูเรามามอบความรักความใส่ใจ มอบทั้งด ว งใจของท่านให้เรา

ดูแลจนเติบใหญ่ พ่อแม่นั้นขอเพียงเราสุขสบายและแข็งแรง พวกท่านก็มีความสุขมากแล้ว

เมื่อเราโตขึ้นพวกท่านก้แก่ตัวลงต ามกาลเวลา เป็นเวลาที่เราต้องดูแลท่านและคอยอยู่เคียงข้างท่าน บางคนอาจจะมองว่ามันเป็นหน้าที่ที่ต้องตอบแทน ที่จะต้องดูแลพวกท่านเมื่อเราโตขึ้น แต่หากเรามัวมองว่าเป็นหน้าที่บางครั้งอาจจะทำให้เหนื่อย

เราท้อแต่ถ้าเราเปลี่ยนวิ ธีคิดสักเล็กน้อย ให้มองว่ามันเป็นบุญมันคือ การทำความดี โดยที่ไม่มคำว่าหน้าที่มาบังคับให้ทำ ทำเพราะเราอย ากสร้างบุญอย ากทำความดี ชีวิตเราก็จะดีขึ้นเพราะการทำความดีต่อบุพการี จะทำให้ตัวเรานั้น มีชีวิตที่ดีขึ้นและเป็นตัวอย่ างที่ดีให้กับคนรอบตัว

ในทางพระพุทธศาสนาได้กล่าวไว้ว่า อานิสงส์ของการดูแลพ่อแม่ หรือผู้มีพระคุณที่เลี้ยงดูเรานั้น มีถึง 12 ประการด้วยกัน ผมว่าทั้ง 12 ประการนี้ล้วนแต่มีประโยชน์ต่อ การดำเนินชีวิตทั้งนั้นเลย แต่ถึงแม้มันจะเป็นเรื่องที่มีสาระ แต่เชื่อว่าวัยรุ่นหล า ยคนอาจมองข้ามหรือบางคนอาจลืมตระหนักถึงมันไปเสี ยแล้ว

ความจริงแล้วหากคุณเองเห็นคนหนึ่งที่คิดอย่ างนั้นก็ไม่ผิ ดหรอ กครับ เพราะต้องยอมรับว่าชีวิตของคนสมัยนี้มีหล า ยเรื่องสำคัญให้ต้องโฟกัส

อีกทั้งสังคมก็เต็มไปด้วยกิเลสมากมายที่คอยดึงให้คุณห่างไกลจากเรื่องราวดี ๆ ที่จะเป็นแก่นนำทางให้คุณดำเนินชีวิตไปสู่จุดมุ่งห า ยที่ดีได้

จิตของพ่อ กับแม่ที่มีต่อลูกนั้นเหมือนจิตพระอรหันต์ เป็นจิตที่มากกว่าความรักความห่วงใย เป็นจิตใจอันบริสุทธิ์ เต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาดี หวังให้ลูกเจริญได้ด้วยความดีทั้งปวง

การที่เราทำดีกับพ่อแม่จึงเหมือนการทำบุญกับพระอรหันต์ เพราะเรากำลังตอบแทนความดีกับผู้ที่มีคุณสูงสุดในชีวิต แล้วอย่ างนี้คนที่กตัญญูรู้คุณพ่อแม่จะไม่เจริญได้อย่ างไร ผมอย ากขอนำเรื่องอานิสงส์ 12 ประการของการดูแลพ่อแม่มาเล่าสู่ฟัง

1. ทำให้พ้นทุ ก ข์พ้นภั ย หล า ยคนเวลาที่มีปัญหาในชีวิตมักจะโ ท ษเ วรก ร ร ม โ ท ษโชคชะต าฟ้าดิน

โ ท ษผลของการกระทำในอ ดีตชาติว่าเราอาจทำไม่ดีต่อผู้อื่น มาก่อนจึงต้องลำบากในชาตินี้ แต่ในขณะเดียวกันกลับลืมสนใจในชาติปัจจุบัน ว่าคุณอาจไปเบียดเบียนคนอื่น หรือแม้แต่ประพฤติไม่ดีต่อพ่อแม่ซึ่งเป็นคนในบ้านก็เป็นได้

เรื่องราวเหล่านี้มีคำสอน มากมายที่สอ ดแทรกอยู่ในทุกสังคม คุณคงเคยได้ยินเหตุการณ์ของคนใกล้ตัวมาบ้าง ว่าคนที่ทำดีต่อพ่อแม่ย่อมได้ดิบได้ดี แต่บางคนที่ดุด่าว่าร้ ายหรือถึงขั้นทุบตีพ่อแม่ย่อมหาความเจริญไม่ได้ อย่ าว่าแต่การปฏิบัติต่อพ่อแม่เลย ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติติต่อผู้อื่นอย่ างไรเราย่อมได้รับผลเช่นนั้น

เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นผลของการกระทำ แต่ยิ่งเป็นพ่อแม่ด้วยแล้ว ผลของการกระทำนั้นย่อมส่งผลแรงมากกว่า 2 เท่า ใครทำร้ ายพ่อแม่ก็จะทุ ก ข์หนักกว่า 2 เท่า แต่ถ้าใครทำดีต่อพ่อแม่ก็ย่อมเจริญขึ้น 2 เท่าเช่นเดียวกัน

สำหรับใครที่อย ากอยู่ดีมีสุข อยู่ไหนก็พ้นทุ ก ข์พ้นภั ย คุณไม่จำเป็นต้องดั้งด้นไปหาวิชาอาคมหรือของปลุกเสกที่ไหนเลยครับ เ ค ล็ ด ลั บง่าย ๆ

เพียงหมั่นดูแลสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านให้อยู่ดีมีสุข ก็เป็นการปลุกเสกความดีให้กับตัวเอง ทำให้คุณพ้นทุ ก ข์พ้นภั ยจากสิ่งอันตร ายทั้งปวงแล้วล่ะ

2. ทำให้เป็นคน มีสติรอบคอบ สติสัมปชัญญะ คือความรู้ตัว ความระลึกได้

คุณอาจจำกำลังบอ กผมอยู่ในใจว่าคุณก็มีสติดีไม่ได้บ้าเสี ยหน่อย พูดอีกก็ถูกอีกครับ แต่ผมกำลังหมายถึงคนที่ มีสติรอบคอบ ใช้ชีวิตอยู่ในความไม่ประมาท และรู้จักผิ ดชอบชั่ วดีทำให้รู้จักยั้งคิดในสิ่งที่กำลังกระทำ เห็นด้วยกับผมไหมครับ

การเป็นคน มีสติสัมปชัญญะสำคัญกว่าการมีสมองอันชาญฉลาดเสี ยอีก เพราะคนที่หัวดีแต่ไม่มีความรู้ตัว อาจหลงผิ ดไปต ามกระแสกิเลสได้โดยง่าย

บุคคลผู้ข า ดสติมักทำผิ ด พูดผิ ด คิดผิ ด และหลงลืมความเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งต้องบอ กเลยว่าสังคมเรานั้นเต็มไปด้วยกิเลสยั่วยุอย่ างที่กล่าวมานี้ซะด้วยสิ

ถ้าถามว่าสมัยนี้คนเก่งสำคัญไหม ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสำคัญมาก เพราะสังคมของเราเต็มไปด้วยการแข่งขันตัวเราเองจึงต้องมีความเก่งในระดับหนึ่งเพื่อใช้ทักษะความสามารถในการหาเลี้ยงชีพ แต่ถ้าจะให้ดีกว่านั้นคนที่เก่งแล้วจำเป็นต้องมีสติที่ดีด้วย

เพราะคนที่มีสติรอบคอบจะไม่เพียงลดความผิ ดในการทำงานลงเท่านั้น แต่เขายัง รู้ตัวว่าสิ่งนั้นที่ตนกำลังทำอยู่จะเป็นประโยชน์หรือไม่ มันถูกครรลองคลองธรรมหรือไม่

มันส่งผลดีหรือผลเสี ยทั้งต่อตนเองและส่วนรวมอย่ างไร แล้วมันจะเสี่ยงต่อไปในอนาคตหรือเปล่า สิ่งนั้นที่ตนกำลังทำอยู่จะเป็นความทุ ก ข์หรือสุขต่อตนและผู้อื่นอย่ างไร

คนที่ทั้งเก่งและดีมีสติสัมปชัญญะจึงเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่สังคมต้องการมากเลยทีเดียว ลองคิดดูดี ๆ นะครับว่าถ้าหากองค์กรใดมีทั้งคนเก่งและคนดีจำนวน มาก

มันย่อมส่งผลให้องค์กรเจริญจริงไหม ในเมื่ออคุณสมบัตินี้เป็นสิ่งที่ทุกองค์การ แล้วทำไมคุณไม่วางตนให้เป็นเช่นนั้นล่ะ เพราะมันย่อมแปลว่า คุณจะไปอยู่ที่ไหนก็ได้เพราะใคร ๆ ต่างก็ต้องการคุณ

3. ทำให้ได้ลาภโดยง่าย ผมมีเพื่อนหญิงคนหนึ่ง บ้านเธอเป็นคนย ากจน

พ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่เ ด็ ก ว่ากันต ามเนื้อผ้าแม่เธอไม่ใช่แม่ดีเด่นอะไรเลยครับ เลี้ยงดูลูกต ามอัตภาพทำให้เพื่อนของผมคนนี้ต้องดิ้นรนสู้ชีวิตตั้งแต่ยัง

เ ด็ ก ถ้าหากอย ากเรียนเธอต้องหาเงินส่งตัวเองเพราะแม่ไม่มีเงินให้ ความที่ต้องดิ้นรนทำให้เธอเป็นคนเก่งและสามารถหาเงินเลี้ยงดูตัวเองได้ตั้งแต่อายุ 15 ปี

แต่เธอไม่ใช่แค่หาเงินส่งตัวเองเรียนเท่านั้นนะ เธอยังหาเงินส่งกลับบ้านให้แม่และน้องอีกด้วย เมื่อเทียบกับเ ด็ กในวัยเดียวกันหรือแม้แต่เ ด็ กในสมัยนี้ก็ต าม วัย 15 ปีเป็นวัยที่กำลังใช้เงินเลยนะครับ ซึ่งแน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ยังต้องอาศัยพ่อแม่เป็นธนาคารหลักในการเบิกทุกค่าใช้จ่ายของชีวิตอยู่เลย

เราห่างกันไปสักพักหนึ่งและกลับมาเจอ กันตอนโต พร้อมกับการอัพเดทข่าวคราวที่ว่าเธอนั้น มีเป็นสามีชาวต่างชาติที่แสนดีซึ่งดีจริง ๆ ดูแลเธอ ดีมาก เธอมีบ้าน มีรถ

และมีครอบครัวที่อบอุ่น จากเ ด็ กที่กตัญญูรู้คุณในวันนั้น กล า ยมาเป็นผู้หญิงที่สามารถตั้งตัวได้เร็วกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันหล า ยคนเลยทีเดียว

พอมองย้อนกลับไปถึงเหตุที่เธอทำ ไม่สงสัยเลยครับว่าทำไมเธอถึงได้มีชีวิตที่สวยงามอย่ างนี้ เพราะความกตัญญูที่เธอมีต่อแม่และครอบครัว ทำให้เธอได้

ลาภก้อนโตกว่าใคร ถึงแม้เธอจะลำบากในวัยเ ด็ กไปบ้าง แต่การมีสามีที่ดีทั้งกาย ใจ และสินท รั พ ย์ มันโชคดียิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่ 1 เสี ยอีกว่ามั๊ยล่ะ

4. ทำให้มีความอ ดทน ความอ ดทน มาจากคำว่า ขันติ

หมายถึงการรั ก ษ าปกติภาวะของตนไว้ได้ ไม่ว่าจะถูกกระทบกระทั่งด้วยสิ่งอันไม่พึงปรารถนาก็ต ามถ้าหากถามว่า

ทำไมการดูแลพ่อแม่ถึงได้อานิสงส์ของความอ ดทน ก็อาจเป็นเพราะเ ด็ กดีจะมีความอ ดทนในการหักห้ามใจไม่ให้โ ก ร ธไม่ให้เถียงเวลาที่แม่บ่นละมั้งครับ ผมล้อเล่นนะ

ตลอ ดชีวิตคนเราต่างก็มีเรื่องราวให้ต้องพบเจอมากมาย ไม่ว่าจะเรื่องดีที่เราพึงพอใจ หรือเรื่องร้ ายที่เราไม่พึงปรารถนา แต่ทว่าชีวิตของคนเราเลือ กไม่ได้นี่ครับ เวลาที่เรามีความสุขเราก็ดีใจ

แต่ถ้าช่วงหนึ่งของชีวิตต้องเราเจอเรื่องทุ ก ข์ใจแค่ไหน สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือ อ ดทน มุ่งมั่นเพื่อให้ฟันฝ่ามันไปให้ได้เท่านั้นเอง ต ามหลักพระพุทธศาสนาบอ กว่า

อานิสงส์การมีความอ ดทนนั้นจะทำให้เราอยู่เย็นเป็นสุขได้ทุกอิริย าบถ คนที่มีความอ ดทนเป็นที่ตั้งจะไม่ทุ ก ข์ร้อนใจจนตกต่ำ เพราะเค้ามีความอ ดทนจะช่วยประคับประคองชีวิตให้ผ่านไปได้ด้วยดีเสมอ

ความอ ดทนของคนเรามีหล า ยรูปแบบ อย่ างเช่นอ ดทนในการทำความดีถึงแม้มันจะไม่เห็นผลในทันทีก็ต าม อ ดทนต่อ การถูกดูหมิ่นดูแคลน อ ดทนต่อความลำบาก

ตรากตรำ การอ ดทนต่ออำนาจกิเลสก็ถือว่าเป็นการฝึกความอ ดทนอย่ างหนึ่ง เช่น อ ดทนไม่เที่ยวเตร่ ไม่เล่นการพนัน ไม่เ ส พสิ่งเ ส พติด ไม่รับสินบน

ไม่คอร์รัปชั่น ไม่ผิ ดลูกเมียเขา ไม่คดโ ก ง ไม่เห่อยศ ไม่บ้าอำนาจ ไม่ขี้โอ่ ซึ่งถ้าลองคิดทบทวนดี ๆ แล้ว ผู้ที่คอยสอนให้คุณอ ดทนต่อสิ่งเร้าเหล่านี้ไม่ใช่ใครเลย คนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังนั้นก็คือพ่อแม่ของเรานั่นเอง

5. ทำให้เป็นคน มีเหตุผล ต ามหลักของการทำการตลาด

มักจะทำให้คนเราเกิดความอย ากได้และตัดสินใจซื้ อสินค้าด้วยอารมณ์ เมื่อเกิดความอย ากได้แล้วจากนั้นคนเราจึงจะหาเหตุผลดี ๆ

มาสนับสนุนทีหลัง ถึงแม้บางครั้งสิ่งที่เรากำลังสนใจจะเป็นสิ่งของฟุ่มเฟือยหรือราคาแพงหูฉีก แต่ถ้าหากทำการตลาดให้น่าสนใจย่อมดึงความอย ากของผู้คนได้เสมอ

เราอาจจะเคยเห็นกันอยู่ต ามข่าวบ่อย ๆ อย่ างคนที่ทำร้ ายผู้อื่นแล้วสุดท้ายให้เหตุผลเพียงว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือทำไปเพราะข า ดสติ ฟังดูเป็นเหตุผลที่ไม่เข้าท่าเสี ยเลยว่าไหมครับ

หากเปรียบเทียบการตลาดกับศาสนา คำโฆษณาชวนเชื่อล้วนเปรียบเสมือนกิเลสยั่วยุผู้คนให้หลงใหล จนต้องหาเหตุผลมาสนับสนุนความคิดของตัวเองทีหลัง แต่ที่น่าอันตร ายคือ

สิ่งที่ยั่วยุล่อต าล่อใจผู้คนไม่ใช่เพียงกิจก ร ร มทางการตลาดเท่านั้น แต่ยังมีอบายมุข มีตัณหา มีความรัก โลภ โ ก ร ธ หลง การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น และสารพัดสิ่งต่าง ๆ มากมาย ซึ่งมีทั้งดีและร้ ายปะปนกัน

ผมว่าการที่คนเรากตัญญูต่อพ่อแม่แล้วได้อานิสงส์ของความเป็นคน มีเหตุมีผลนั่นอาจเป็นเพราะ พ่อแม่คอยสอนให้ลูกไม่ให้เชื่ออะไรง่ายๆ ไม่ให้เชื่ออย่ างงมงาย สั่งสอนให้ลูกรู้จักแยกแยะดีชั่ ว

และให้รู้เท่าทันทั้งคนและทั้งกลอุบายในสังคม ด้วยเหตุนี้คนที่เชื่อฟังพ่อแม่จึงเกิดก ร ร มดี คือได้อานิสงส์ของความมีสติไตร่ตรอง มีแนวทางในการคิดวิเคราะห์ เชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ และเชื่ออย่ างมีเหตุผล จึงสามารถประคับประคองชีวิตไปสู่ความสำเร็จได้ในทุก ๆ เรื่อง

6. ทำให้แคล้วคลาดภั ยในย ามคับขัน ใครบอ กว่าพ่อแม่ปกปักรั ก ษ าลูกแค่เพียงกาย แต่สำหรับผู้ให้ชีวิตนี้ยังติดต ามปกปักรั ก ษ าลูกหลานทุกขณะจิต ไม่ใช่เมื่อพ่อแม่สิ้นลมนะ

แต่ด ว งจิตของพ่อแม่สามารถปกป้องคุ้มภั ยในย ามที่ยังมีชีวิตนี่แหละ คำอวยพรของพ่อแม่นั้นศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าสิ่งใด การที่เราทำดีแล้วพ่อแม่อวยพรจึงช่วยเป็นเกราะคุ้มภั ยที่ดีเหนือ กว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดทั้งปวง

ผมไม่ได้อวยหรือมโนกล่าวนะครับ แม้แต่แม่ชีทศ พรยังเคยดูก ร ร มของลูกศิษย์ที่มากราบไหว้ และมีหล า ยกรณีที่ลูกหลานคิดผิ ดบ้าง คิดสั้นบ้าน หรือมีเหตุอันตร ายบ้าง

แต่ด้วยพ่อแม่ปู่ย่ าทำบุญให้เยอะมากหล า ยคนจึงรอ ดพ้นจากอันตร ายทั้งปวงมาได้ สำหรับใครที่ชื่นชอบการเช่าวัตถุมงคล ผมว่าไม่ต้องเดินทางไปไหนไกลเลยครับ เพียงแค่กราบไหว้บูชาพระในบ้าน เพียงเท่านี้ก็มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มภั ยที่ดีที่สุดแล้วล่ะ

7. ทำให้มีความเจริญก้าวหน้า ครั้งหนึ่งผมมีโอกาสได้ฟังเรื่องเล่าของท่าน ว.วชิรเมธี ท่านเคยเล่าถึงเพื่อนในวัยเ ด็ กสมัยเป็นสามเณรให้ฟังว่า มีเพื่อนคนหนึ่งพ่อเป็นคนจนขับรถสามล้อ

เพื่อนคนนั้นอายมากที่พ่อเป็นเพียงคนจนต้อยต่ำ เวลาพ่อไปเยี่ยมที่วัดก็จะไม่ออ กมาพบ หนำซ้ำกลับด่าทอและสั่งห้ามไม่ให้พ่อมาหาตนอีก รวมทั้งเพื่อนสามเณรที่พาพ่อไปพบตนในที่พักก็พาลถูกด่าไปด้วย

เมื่อโตขึ้นเพื่อนพระคนอื่นต่างทยอยสอบผ่านเปรียญธรรมและเลื่อนขั้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ ต ามวันเวลา แต่พระท่านนั้นกลับไม่เคยผ่านเปรียญธรรมขั้นที่ 3 ได้เลย สุดท้ายลาสิกขาไปทำงานเป็น รปภ. ที่บริษัทแห่งหนึ่ง วันดีคืนดีถูกทำร้ ายจนต ายและที่น่าเศร้าคือคนที่ไปรับศ พก็คือพ่อของตนเอง

เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ฟังแล้วหดหู่ใจน่าดู เป็นตัวอย่ างของคนที่ตกต่ำจากการปฏิเสธพ่อแม่ของตนเพียงเพราะต่ำต้อยจึงทำให้ไม่เจริญก้าวหน้าไม่ว่าจะทางโลกหรือทางธรรม ในทางกลับกันหากคนเรายกย่องสรรเสริญพ่อแม่ ปรนนิบัติดูแลไม่ว่าจะแก่ชราหรือย ากจน คนผู้นั้นย่อมไม่มีทางตกต่ำ มีแต่เจริญงอ กงามรุ่งเรืองขึ้นไป

8. ทำให้ได้รับการยกย่องสรรเสริญ หากว่ากันง่าย ๆ โดยไม่อิงหลักกฎแห่งก ร ร มหรือหลักการอะไรก็ต าม คนไทยชอบคนที่มีความกตัญญูครับ คนที่กตัญญูดูแลพ่อแม่ย่อมมีแต่คนสรรเสริญ

ถ้าหากวันนี้คุณร ว ยอาจมีบางคนที่ชอบหรือเ ก ลี ย ดคุณอยู่ก็ได้ แต่ถ้าหากคุณทำดีต่อพ่อแม่ให้เห็นเป็นประจักษ์ มีแต่คนที่พร้อมจะชื่นชมยกย่องสรรเสริญ ไม่แบ่งแยกว่าจะเป็น มหาเ ศ ร ษ ฐี คนธรรมดา พระ หรือย าจก ผู้คนต่างก็พร้อมที่จะชื่นชมคุณ

9. ทำให้เทวดาลงมาพิทักษ์รั ก ษ าผู้ที่ทำ ถ้าหากคุณเป็นลูกเพียงคนเดียวในบรรดาพี่น้องที่ต้องดูแลพ่อแม่ อย่ าได้มัวแต่กล่าวโ ท ษตัวเองว่าต้องเสี ยสละหรือเหนื่อยกว่าใคร

แต่จงขอบคุณสถานการณ์เหล่านั้นที่ทำให้คุณได้ตอบแทนคุณพ่อแม่อย่ างดีที่สุดในชาตินี้ เพราะการดูแลพ่อแม่หากใช่หน้าที่ แต่มันคือ การตอบแทนคุณ และที่สำคัญใครทำคนนั้นก็ย่อมได้รับผลดี

คนดีผีคุ้ม ผมก็ไม่รู้ส่าผีมีจริงไหมแต่เค้าว่ากันไว้อย่ างนั้นนะ แต่การเป็นคนดีของพ่อแม่นอ กจากจะมีผีคุ้มแล้วอาจมีเหล่าเทวดาอารักษ์ด้วย สำหรับอานิสงส์นี้อาจไม่ได้หมายถึงความปลอ ดภั ยจากภยันตรายเท่านั้น

แต่ยังหมายรวมถึงอานิสงส์ของการเป็นที่รักต่อผู้อื่น มีคนคอยอุปถัมภ์ค้ำชู มีคนคอยช่วยเหลือทั้งย ามลำบากและย ามที่ต้องการความก้าวหน้าในชีวิตด้วยก็เป็นได้นะครับ

10. ทำให้เป็นตัวอย่ างอันดีแก่อนุชนรุ่นหลัง การทำดีกับพ่อแม่สามารถส่งต่อเป็น มรดกตกทอ ดต่ออนุชนรุ่นหลังได้นะครับ ซึ่งไม่ใช่แค่ครอบครัวคุณ แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมด้วยนะ

หล า ยคน มองว่าการทำดีเป็นเรื่องน่าอาย มันไม่เท่ ไม่เจ๋งหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ การทำความดีในสังคมยังเป็นเรื่องที่หล า ยคนลำบากใจ หล า ยคนอาจจะคิดไม่ออ กว่าความลำบากใจหน้าต าเป็นอย่ างไรใช่ไหมครับ ถ้าผมยกตัวอย่ างต่อไปนี้ทุกคนต้องพยักหน้าเห็นด้วยแน่ ๆ

ผู้ชายขึ้นรถเมล์เชื่อหรือไม่ครับว่าการลุกให้คนอื่นนั่งเป็นเรื่องที่ลำบากใจของผู้ชายหล า ยคนบนรถเมล์นะ ถึงแม้ว่ามันจะเป็น มารย าทและความคาดหวังของสังคมส่วนรวม แต่บ่อยครั้งมันกลับนำมาสู่ความอึดอัดของใครหล า ยคน เช่น หากชายผู้เสี ยสละคนหนึ่งลูกให้ผู้หญิงนั่ง สายต าผู้ชายคนอื่นจะจับจ้องมาที่เขาทันที

เพราะมันแสดงให้เห็นว่าถ้าเขาเหล่านั้นไม่ลุกต ามชายหนุ่มผู้เสี ยสละ พวกเขาก็จะถูกมองว่าเป็นผู้ร้ ายในขณะที่มีฮีโร่ยืนเด่นสง่าอยู่คนเดียว นอ กจากนี้อาจมีสายต าอีหล า ยคู่มองว่าคุณเองเป็นพ่อหนุ่มบ้านนอ กคอ กนา

ที่หารู้ไม่เลยว่าหนุ่มคนเมืองเขาไม่ยืนให้ผู้หญิงกันแล้ว สิทธิ หญิง-ชาย เท่ากันใครชิงที่นั่งได้คนนั้นย่อมเป็นผู้ชนะ ถ้าเป็นอย่ างนี้แล้วใครจะอย ากถูกมองว่าเป็นหนุ่มหน้ามนคนดีจากต่างจังหวัดละครับ

แต่ในขณะเดียวกันถ้าหากไม่ลุกให้นั่งหรือทำเนียนเป็นหลับ ก็ยังไม่เว้นที่จะถูกด่าด้วยสายต าจากอีกหล า ยคู่ว่า เธอนี่ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเอาเสี ยเลย และแล้วสุดท้ายความคาดหวังจากทุกสายต าก็ก่อให้เกิดความสับสนในใจ ว่าท้ายที่สุดแล้วตัวเขาเองควรทำดีหรือไม่กันแน่

สังคมยิ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นเท่าไหร่ ความน่ารักของคนยิ่งลดลงเท่านั้น สถานการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดเพียงบนรถเมล์เท่านั้น แต่ยังเกิดกับการทำดีต่อพ่อแม่ การเป็นคนดีขององค์กรหรือของสังคมด้วย น่าใจห า ยที่เรื่องดี ๆ กลับถูกมองว่าเป็นเรื่องน่าอาย แล้วอย่ างนี้อนุชนรุ่นหลังจะเหลือตัวอย่ างอะไรดี ๆ เอาไว้บ้างล่ะเนี่ย

11. ทำให้มีความสุข เป็นหลักการง่าย ๆ ของการใช้ชีวิตเลยครับ

คนเราเมื่อทำดีต่อพ่อแม่ย่อมมีความสุขทางใจ เป็นความสุขที่ไม่ต้องปรุงแต่ง และในขณะเดียวกันก็ไม่ต้องรู้สึกเสี ยดายทีหลัง

คำเตือนที่บอ กเอาไว้ว่าให้ทำดีต่อพ่อแม่ในวันที่ท่านยังอยู่ ดีกว่ามาทำบุญหาในวันที่ท่านจากไป มันเป็นความจริงนะครับ คนเราอาจพลาดงานที่เงินเดือนสูง ๆ ได้ พลาดจากคนรักที่ปรารถนาได้

แต่สิ่งเหล่านี้ยังมีโอกาสใหม่ให้เราไขว่คว้าได้เสมอ มีเพียงอย่ างเดียวที่ ถ้าหากพลาดแล้วจะพลาดเลยตลอ ดชีวิต นั่นก็คือ การทำดีกับพ่อแม่ในวันที่ยังไม่สาย พ่อเราแม่เราทำดีไว้เถอะ ทำวันนี้มีความสุขทันทีวันนี้ จงอย่ าอายไปเลยครับ แล้วชีวิตคุณจะไม่มีอะไรให้ต้องเสี ยใจอีกเลย

12. ถ้ามีลูกก็จะได้ลูกที่ดี กงเกวียนกําเกวียน คุณเคยได้ยินคำนี้ไหมครับ

การทำกับคนอื่นอย่ างไรสักวันหนึ่งตัวเองหรือลูกหลานก็จะได้รับผลก ร ร มนั้นตอบแทน ลองสังเกตดูสิว่าบ้านไหนที่ลูกปฏิบัติดีพูดดีต่อพ่อแม่เมื่อมีหลาน

เหลน โหลนย่อมปฏิบัติดีต่อบุพการีเช่นกัน จริงอยู่ว่าส่วนหนึ่งมาจากการอบรมสั่งสอนที่สืบทอ ดต่อ ๆ กัน มาในตระกูล แต่อีกส่วนหนึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ในระบบของผลก ร ร มล้วน ๆ

บางทีผมก็ทึ่งในระบบของธรรมชาติที่สร้างเอาไว้นะว่าไหมครับ ฉะนั้นถ้าหากใครที่อย ากมีลูกดี ก็หมั่นปฏิบัติดีต่อพ่อแม่ของตนนะครับ ผลของก ร ร มจะได้ส่งผลที่ดีมาต่อตัวเราเอง

ที่มา   verrysmilejung    meeyim