ห ากว่าคุณได้เห็นข้อความนี้ นั่นแสดงว่าเราศีลเสมอกัน

ห ากว่าคุณได้เห็นข้อความนี้ นั่นแสดงว่าเราศีลเสมอกัน

บุ ญนำ วาสนาพา มนุษย์เราในเมื่อเกิดมาแล้วและมีการนับถือศาสนาเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นศาสนาใดก็ล้วนแล้วแต่สั่งสอนให้ผู้ที่นับถือรู้จักการแบ่งปัน การทำความดี การให้ตัวเองรู้จักหน้าที่ในการดำรงชีวิต

อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ สิ่งเหล่านี้ในศาสนาพุทธเราก็จะมีสอนกันอยู่ ทุกคนที่ได้เรียนมาก็จะรู้ดี บางคนสามารถนำไปปฏิบัติได้ทั้งหมด บางคนก็อาจจะนำไปปฏิบัติได้ไม่ครบ หรือบางคนไม่สามารถปฏิบัติได้เลย

จะแปลกมั้ย ถ้าคนอย่างเราที่เ ชื่ อในการพัฒนาตัวเอง เ ชื่ อในการควบคุมชะต าชีวิตด้วยตัวเราเอง จะบอ ก ว่าเรื่อง บุ ญ เรื่อง ก ร ร ม นั้นมีอยู่จริง

คำว่า ศีลต้องเสมอ จึงจะได้พบนั้น เป็นเรื่องจริง คำว่า บุ ญถึง นั้นไม่ใช่เรื่องที่หลอ ก ให้คนเ ชื่ อในบ าปบุ ญ แต่มันมีอยู่จริง

เคยได้ยินคำว่า บุ ญมี แต่ก ร ร มบัง มั้ยค่ะ คำนี้ล่ะที่อธิบายได้ดีม าก ๆ

สำหรับคนที่ยังไม่ถึงเวลาของเขานั้น ต่อให้เราเคี่ยวเข็ญเท่าไหร่

เขาก็จะไม่มีวันสนใจในความหวังดีของเรา เพราะเขาถูก ก ร ร มบัง

เราเองเคยเจอคนมาปรึกษาหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นพี่สาวมีปัญหา ลูกชายกำลังเจอมรสุมชีวิต

และอีกม ากมายล้านเจ็ดสิบเอ็ด ทุกคนบ่นเหมือนกันว่า ฉันพย าย ามช่วยทุกอย่างแล้ว เขาก็ยังไม่ดีขึ้น จะทำอย่างไรดี

เราเองได้แต่ตอบแบบให้กำลังใจไป ทั้งที่หลายครั้งอย ากจะบอ ก เหลือเกินว่า

บุ ญ ของเขายังไม่ถึง ถ้าบุ ญไม่ถึง ต่อให้ยื่นความช่วยเหลือไปอย่างไรก็ไม่ได้ผล เอาหนังสือดี ๆ ไปวาง เขาก็จะไม่อ่ าน ออ ก เงินให้ไปเข้าสัมมนา เขาก็ฟังไปหลับไป

ชวนไปวัดไปวา เขาก็ไปให้เรา จะได้จบ ๆ ไป กำลังจะได้ยินป ร ะโยคเปลี่ยนชีวิตจ ากในทีวี

ก็มีอันที่เขาจะต้องลุกไปเข้าห้องน้ำ เรียกว่าแคล้วคลาดกับทางออ ก ของชีวิตอยู่ร่ำไป

ทำไมเราพูดแบบนั้น ก็เพราะเรื่องนี้เองเคยเกิดขึ้นกับชีวิตเรามาก่อน เรารู้เลยว่าตอนช่วงหลุมดำของชีวิตเรานั้น บุ ญ เราไม่ถึง

จึงต้องเผชิญก ร ร ม ไขว่คว้าหาทางออ ก ยังไงก็ไม่เจอ หรือต่อให้ทางออ ก มี เราก็มองไม่เห็น

แต่แล้วจู่ ๆ วันนึงทางรอ ดมันก็มาพร้อม ๆ กันหมด เจอหนังสือดี ๆ เจอคนดี ๆ เจอโอ ก าสดี ๆ

สุดท้ายก็หลุดวงโคจรนั้นมาได้ แล้วพอหลังจ ากนั้น ชีวิตก็ไม่เคยเจอปัญหาหนัก ๆ แบบนั้นอีกเลย

หรือพอเหมือนจะมีปัญหา อยู่ดี ๆ ก็จะไปเจอทางออ ก มาบอ ก ใบ้ให้ แล้วก็ผ่านมาได้อย่างไม่ย ากลำบ าก

ทั้งหมดนี้เราคิดว่าเป็นเพราะเรา บุ ญถึง แล้วนั่นเอง

คำถามก็คือ แล้วทำอย่างไรจะให้ บุ ญถึง

คำตอบที่เราจะตอบ อาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องต ามหลักศาสนา

แต่คิดว่าน่าจะเข้าถึงคนทั่วไปได้ไม่ย าก ส่วนจะได้ผลหรือไม่ ลองไปปรับใช้ต ามจริตเองก็แล้วกันค่ะ

แท้จริงแล้วคำว่า บุ ญ นั้น เราตีความว่ามันคือ พลังงาน นั่นเอง เน้นให้ชัดกว่านั้นก็คือ พลังงานด้านบวก

เพราะฉะนั้นถ้าเราทำให้จิตใจเราอยู่ใน พลังบวก เท่าไหร่ บุ ญที่ว่าก็จะค่อย ๆ สะสมจน บุ ญถึง

เราทำอะไรได้บ้าง แน่นอน ถ้าเป็นทางศาสนา ก็จะบอ ก ให้ทำบุ ญทำทาน เข้าวัดเข้าวา ซึ่งนับเป็นเรื่องดีค่ะ ทำบุ ญทำทานน่ะทำไปเหอะ

แต่เราคิดว่าเราสามารถทำเพิ่มเติมจ ากนั้นได้อีก ไม่ว่าจะเป็น อยู่เงียบ ๆ คนเดียว ทบทวน นั่งสมาธิ

ออ ก กำลังกาย ทำกิจก ร ร มการกุศล ไม่หมกมุ่นกับปัญห า ให้อภั ย

คบคนดี ๆ หาความรู้ใหม่ ๆ ใส่สมอง มีทรัพย์พึงให้ทาน มีความรู้พึงให้วิทย าทาน

มีแรงมีกำลังก็ช่วยสังคม ไม่มีแรง แค่รอยยิ้มให้พนักงานบริการก็ยอ ดเยี่ยมแล้วค่ะ

นี่คือบางตัวอย่างที่ทำได้ แน่นอน ถ้า บุ ญไม่ถึง เขาคนนั้นก็จะไม่ยอมทำส่ิงเหล่านี้อยู่ดี ยังคงมีความสุขที่จะมีความทุ กข์ต่อไป

แบบนั้นก็คงต้องเอาที่สบายใจแล้วล่ะค่ะ แต่ถ้าเราศีลเสมอกัน จนคุณบังเอิญผ่านมาอ่ านบทความนี้ที่เราเขียน

และกำลังสงสัยว่า ชีวิตจะไปต่ออย่างไรดี หาทางไปไม่เจอ เราแน ะนำให้ สร้างบุ ญ ค่ะ สร้างบุ ญในความหมายที่เรากล่าวไปนะคะ คือ สร้างพลังงานบวก

เอาแบบเบสิคก็ไปทำบุ ญ ทำทาน ฟังธรรม กอ ดพ่อ อ้อนแม่ ชอบขยับตัว ก็ออ ก กำลัง กินอาหารดี หลับให้เพียงพอ ช่วยกิจก ร ร มสังคม

ชอบนิ่ง ๆ ก็อ่ านหนังสือ นั่งสมาธิ อยู่คนเดียว ปิดทีวี ปิดมือถือ ทบทวนตัวเอง ทั้งหมดเพื่อจุดหมายคือ สร้างบุ ญ ให้ตัวเอง

เมื่อวันที่ พลังงาน ถึง ปัญหาจะคลี่คลายไปเอง แล้ววันนั้นคุณจะเข้าใจที่เราพย าย ามจะสื่อว่า

เมื่อยังไม่ถึงเวลา ก็จงอ ดทน สร้างบุ ญต่อไป เมื่อถึงเวลา เมื่อบุ ญถึงพร้อม

ชีวิตจะสว่างก ร ะจ่างสดใสแบบที่คุณนึกไม่ถึง บุ ญมีอยู่จริง และไม่ต้องรอใช้ชาติหน้า สะสมครบ แลกรับรางวัลชีวิตในชาตินี้ ไ ด้ เ ลย ค่ะ

ขอบคุณที่มา rugyim