หม ดปั ญห าตู้เย็นเก่ากิ นไฟ ใช้งบแค่ 2 บาท ประหยัดค่าไฟได้เยอะขึ้น

หม ดปั ญห าตู้เย็นเก่ากิ นไฟ ใช้งบแค่ 2 บาท ประหยัดค่าไฟได้เยอะขึ้น

ยุคนี้เชื่อว่าหล า ยบ้านต้องมีตู้เย็นกันแทบทุกบ้าน เพราะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่จำเป็นไม่น้อยเลย เวลาคุณแม่บ้านซื้อของสดมาทีละมาก ๆ ก็ต้องเอามายัดใส่ตู้เย็น ไม่ว่าจะเป็นผัก เนื้อหมู เนื้อไก่ ผัก ที่ต้องการความเย็นเพื่อคงความสดไว้ แต่ตู้เย็นก็เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กิ นไฟไม่น้อย

เช่นกัน โดยเฉพาะตู้เย็นที่ใช้มาเป็นเวลานาน เพราะยิ่งเก่าก็จะยิ่งกินไฟ แต่หล า ยคน มักไม่รู้ว่าตู้เย็น มักมีการรั่วซึมได้ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้มีค่าไฟที่สูงขึ้น ดั้งนั้นเราควรตรวจเช็คตู้เย็นบ่อยๆจากการใช้งบแค่ 2 บาท ด้วยสิ่งนี้

วิ ธีทดส อ บตู้เย็น โดยการใช้กระดาษ A4 ในงบ 2 บาท

ให้คุณเปิดประตูตู้เย็น แล้วก็นำกระดาษ A4 เข้าไปสอ ดไว้ครึ่งหนึ่ง จากนั้นก็ปิดประตูตู้เย็น ให้หนีบกระดาษไว้ ดังรูปที่แสดง

จากนั้นก็ออ กแรงดึงกระดาษออ กมา หากรู้สึกว่าดึงออ กย าก แสดงว่าขอบย างของประตูตู้เย็นยังแน่นและใช้งานได้ดีอยู่

แต่ถ้าหากว่าเราดึงกระดาษออ กมาได้ง่าย แสดงว่าขอบย างประตูตู้เย็นเริ่มจะหลวม หรือเสื่อมสภาพลงแล้ว ทำให้มีช่องว่างสำหรับความเย็นรั่วซึมออ กมาได้ เป็นสาเหตุที่ทำให้ตู้เย็นต้องทำงานหนักอยู่ตลอ ดเวลา และกินค่าไฟ

เมื่อเราตรวจเช็คตู้เย็น ด้วยการทดสอบกับกระดาษ A4 แล้ว และมั่นใจว่าขอบประตูตู้เย็น มีปัญหาแน่นอน ให้เราทำการแก้ไขด้วยวิธีดังต่อไปนี้

1. ตั้งขาตู้เย็นให้ด้านหน้าสูงกว่าด้านหลัง ซึ่งวิธีนี้ง่ายมากๆ เพียงแค่ตั้งตู้เย็นให้อยู่ในลักษณะเงย ให้ด้านหน้าสูงกว่าด้านหลัง ก็จะทำให้ประตูตู้เย็นปิดได้สนิทและแน่น มากขึ้นนั่นเอง

2. ใช้ไดร์เป่าผม วิธีนี้จะใช้ความร้อนเป็นตัวช่วย โดยให้เป่าลมร้อนออ กมา เมื่อขอบย างโดน ความร้อน ก็จะขย ายตัวออ ก และทำให้ประตูตู้เย็นปิดได้สนิทมากขึ้น

3. ใช้น้ำร้อน หากต้องการซ่อมแซมขอบย างประตูตู้เย็น โดยที่ไม่อย ากเสียเงิน เสียเวลาไปซื้อขอบย างใหม่ ก็ให้ถอ ดขอบย างอันเดิมออ กมา แล้วนำน้ำร้อน มาราด ความร้อนจะช่วยให้ขอบย างประตูขย ายตัว แล้วก็นำไปติดไว้แบบเดิม จะทำให้ขอบย างแน่น ลดช่องว่างและปิดประตูตู้เย็นได้สนิทขึ้น

4. เปลี่ยนย างขอบประตูตู้เย็น ถ้าลองทำต ามวิธีที่กล่าวมาทั้งหมดแล้วยังไม่ได้ผล แนะนำให้ซื้อขอบย างประตูตู้เย็น มาเปลี่ยนใหม่ได้เลย ซึ่งราคาก็จะอยู่ที่หลักสิบถึงหลักร้อย แล้วแต่ยี่ห้อและคุณภาพ

และนี่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม เพราะอาจจะทำให้เราจ่ายค่าไฟแพงขึ้นโดยไม่รู้ตัว หากตรวจเช็คว่าตู้เย็นอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ไม่ปกติแล้ว ก็ควรรีบทำการซ่อมแซมแก้ไข หรือซื้อเครื่องใหม่ หากซ่อมแซมไม่ได้แล้วจริงๆ ก่อนที่จะเสียเงินค่าไฟไปอย่างสิ้นเปลือง

ที่มา  in7day