สิ่งที่คนเจ้าชู้ ไม่รู้จักพอ จะต้องเจอในสักวัน หากยังทำตัวเจ้าชู้ไม่เลิก

คนเจ้าชู้นั้นเป็นได้ทั้งชายและหญิง กิเลสนั้นไม่จำกัดเพศ ไม่จำเป็นว่าผู้ชายต้องมักมากมากกว่าผู้หญิงมันไม่แน่เสมอไป เพราะสิ่งที่ให้เกิดความเจ้าชู้ไม่ใช่เพศแต่เป็นกิเลส สำหรับกิเลสของคนเจ้าชู้คือความโลภ

อย ากครอบครอง อย ากเ ส พมากกว่าที่ควรจะเป็น อย ากมีมากกว่าคนอื่น อย ากสะสม อย ากอวด ฯลฯ จึงเกิดสภาพของความเจ้าชู้ขึ้น เพราะไม่รู้จักคำว่า พอ คำว่าพอนี้ไม่ใช่คิดเอาแล้วมันจะพอเพียงได้

กิเลสมันจะไม่ยอม มันจะหิวโหยหาและออ กไปสร้างความเจ้าชู้ แม้จะรู้ตัวว่าเป็นสิ่งไม่ดี ไม่ควรทำ แต่คนเจ้าชู้กลับไม่สามารถหักห้ามใจตัวเองไม่ให้ไปเ ส พสิ่งที่ไม่ควรได้ ซึ่งเขาหรือเธอเหล่านั้นตกอยู่ในกิเลสที่หนาจนแทบมองไม่เห็นแสงสว่าง แม้ว่าคิดจะหยุดเจ้าชู้แต่ก็ทำไม่ได้เพราะกิเลสมันสั่ง

น่าอิจฉาที่สุดในโลก น่าสงสารที่สุดในธรรม

ในสังคมทุกยุคทุกสมัย ไม่มียุคไหนที่ไม่มีคนเจ้าชู้ ถ้าเรามองผ่าน ๆ โดยใช้กิเลสเป็นตัววัด เรามักจะอิจฉาริษย าคนเจ้าชู้เสมอ ที่เขาหรือเธอมักจะได้เ ส พสมใจในกิเลส มักจะได้คบหา รู้จักสมสู่กับคน มากหน้าหล า ยต าอยู่เสมอ

นั่นคือมุมมองที่เรามองจากกิเลสไปสู่กิเลส สิ่งเหล่านั้นย่อมจะดูน่าเ ส พน่าได้ น่ามีเป็นธรรมดาต ามประสาโลกียะ แต่ถ้ามองกันต ามจริงนั้น คนเจ้าชู้นี่แหละคือคนที่น่าสงสารที่สุดในโลก

เพราะตลอ ดเวลาที่เขาได้แสดงความเจ้าชู้ ด้วยถ้อยคำหวาน คำหยอ กเย้า หว่านเสน่ห์ หรือ กระทั่งนอ กใจคู่ครองของตน ไม่มีการกระทำใดเลยที่เป็นบุญ ตลอ ดเวลาเขาได้กระทำบาปซ้ำซ้อน และบาปที่เขาทำนั้นก็ยังจะไปดูดดึงให้คนอื่นได้ร่วมบาปไปกับเขาอีก

คนเจ้าชู้นั้นจัดอยู่ในลักษณะของอบายมุข ซึ่งโดยวิถีชีวิตแล้วก็มักจะมีเรื่องของอบายมุขอื่น ๆ ติดมาในชีวิตด้วย เช่นอบายมุขหย าบ ๆ ที่รู้กันโดยทั่วไปคือ กินเหล้า สูบบุหรี่ เ ส พย าเ ส พติดให้มัวเมา เล่นการพนันเที่ยวกลางคืน ฯลฯ

และยังมีอบายมุขหย าบอีกมากมาย ที่คน มองไม่เห็นว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นอบายมุข เช่น หุ้น การบ้าดารา การหลงในของสะสม การแต่งรถ การชอบเที่ยวเล่นไปในที่ต่าง ๆ เช่นเที่ยวกินต่างประเทศ ฯลฯ

ลักษณะเหล่านี้เป็นกิเลสหย าบในระดับอบายมุขทั้งสิ้น ซึ่งเป็นเครื่องล่อหรือเครื่องมือให้คนเจ้าชู้ใช้กิเลสเหล่านี้ มาเป็นสิ่งที่ทำให้ตนได้มาเ ส พสมใจในสิ่งต่าง ๆ กิเลสแต่ละตัวจะเติมเต็มกันและกัน

เมื่ออย ากเ ส พสิ่งใดมากเข้า ก็จะเพิ่มกิเลสตัวอื่นไปในตัว เช่นเมื่อเราอย ากเที่ยว เราก็อย ากกินของอร่อย พอ กินของอร่อยก็อย ากถ่ายรูปอวด พออย ากถ่ายรูปอวดก็อย ากแต่งตัวสวย พอรู้สึกว่าตัวเองสวยก็เริ่มอย ากตรวจสอบความนิยม

พอมีคนเข้ามาให้เลือ กมาก ๆ ก็เริ่มคิดที่จะมีคู่ พอมีคู่ได้เ ส พสมใจบางอย่ างแล้วก็ติดใจ วันใดที่เริ่มไม่ได้เ ส พได้ดั่งใจเหมือนก่อนหรือเบื่อรสชาติเดิม ๆ ก็จะหาสิ่งใหม่มาเ ส พ นี่แหละอบายมุขกับความเจ้าชู้มันจะค่อย ๆ เติมเต็มกันและกัน

ผลก ร ร มของคนเจ้าชู้

ผลก ร ร มที่เห็นได้เด่นชัดของคนที่เจ้าชู้ คือ ได้รับความเ จ็ บป ว ดจากความเจ้าชู้อย่ างเลี่ยงไม่ได้ แม้ได้เจอ กับคนเจ้าชู้และแม้จะรู้ว่าสุดท้ายต้องเ จ็ บ แต่ก็จะหลงเชื่อมั่นจนหมดตัวหมดใจ

ยอมพลีกายพลีใจให้เขาไปหมด หน้ามืดต ามัว แม้ใครจะเตือนก็ไม่ฟัง แม้มีหลักฐานก็ไม่เชื่อ สุดท้ายก็ต้องโดนเขาทอ ดทิ้ง ปล่อยปละละเลย กล า ยเป็นอ ดีตของคนเจ้าชู้คนนั้น

ดังที่หล า ยคนเจออยู่ในทุกวันนี้ เพราะก ร ร มที่เราทำมานั่นเอง คนเจ้าชู้นี่เป็นคนที่น่าสงสารที่สุด เพราะเขาหลงว่าความเจ้าชู้นั่นเป็นสิ่งดีที่เขาภูมิใจ โดยไม่รู้ว่ามันสร้างบาปเวรภั ยให้กับเขา และผู้อื่น มากมายขนาดไหน

การเจ้าชู้เกิดขึ้นเพราะเขาไม่เชื่อในเรื่องก ร ร มและผลของก ร ร ม คนที่ไม่เจ้าชู้นั้นก็เพราะเขากลัวในเรื่องบาปก ร ร ม ส่วนคนเจ้าชู้นั้นจะไม่เชื่อ ไม่ชัดเจนในเรื่องของก ร ร ม ส่วนใหญ่มักคิดว่าเกิดมาชาติเดียวต้องใช้ชีวิตให้คุ้ม

เป็นความหลงผิ ดอย่ างร้ า ยแรงของจิตวิญญาณดวงหนึ่ง เมื่อไม่เชื่อในเรื่องก ร ร ม ก็ไม่มีความดีความชั่ วที่ส่งผลข้ามภพข้ามชาติ สุดท้ายก็จะเหลือแต่การหามาเ ส พสมใจโดยไม่สนใจก ร ร มชั่ ว

เหมือนกับคนที่อ ดอย ากมานานพอได้มาเจออาหาร ก็มักกินอย่ างตะกละตะกลามเหมือนกันกับคนเจ้าชู้ เขาเองไม่เคยได้เ ส พไม่เคยได้ครอบครอง พอมีโอกาส เกิดมาร ว ย เกิดมาหน้าต าดี

ถึงแม้ไม่มีก็พย าย ามจะทำให้เป็นให้มี เพื่อให้ได้เ ส พ และพอมีโอกาสเ ส พก็จะเ ส พอย่ างเต็มที่ มัวเมาในอบายมุข กาม โลกธรรม อัตต า เมากิเลสอยู่แบบนั้นโดยไม่รู้ว่าก ร ร มและผลของก ร ร มนั้น มีจริง

เป็นเรื่องจริงที่ส่งผลข้ามภพข้ามชาติ เป็นสิ่งทำให้เหล่าสั ต ว์เกิดมาดีเลว ขาวดำ สูงต่ำ ร ว ยจน ฯลฯ แตกต่างกัน สิ่งที่จะได้รับจากความเจ้าชู้นั้น หนักหนามากมายเหลือประมาณ

เพราะผิ ดศีลข้ อ 3 เต็ม ๆ ไม่ว่าจะเจ้าชู้ทางกาย วาจา หรือแม้แต่ใจก็ยังผิ ด นรกนั้นเปิดประตูต้อนรับคนเจ้าชู้เสมอ ทั้งตอนที่ยังมีชีวิตอยู่และตอนต า ย นรกเกิดทันทีในจิตของคนเจ้าชู้นั้น ๆ

ตั้งแต่เริ่มคิดทำชั่ ว และเกิดไปจนกว่าจะได้รับผลก ร ร มชั่ วที่ทำไว้หมดสิ้น แม้จะเกิดชาติใหม่เป็นคนดีไม่เจ้าชู้ แต่ก็ยังต้องมารับก ร ร มที่ตัวเองเคยเจ้าชู้ไว้ตั้งแต่ชาติปางก่อน

ความเจ้าชู้จะจบลงที่ตรงไหน

คนเจ้าชู้นั้นจะไปจบตรงไหน และจะหยุดได้เมื่อไหร่นั้น หากมองกันเพียงสั้น ๆ ในชีวิตนี้แล้ว คนเจ้าชู้เขาก็เจ้าชู้ไปได้แค่ทุ ก ข์สุดทุ ก ข์นั่นแหละ คือ การเจ้าชู้นี่มันต้องไปทำผิ ดอยู่แล้ว

ไม่ว่ากาย วาจา ใจ ซึ่งวันใดวันหนึ่งพอผลก ร ร มที่ทำไว้สุกงอม ร่วงหล่นลงมาเกิดเป็นเหตุการณ์ เช่น ทำให้ใครเขาท้องหรือตัวเองท้องเอง ไปเจ้าชู้กับแฟนเพื่อน ไปเจ้าชู้กับนักเลง ติดโ ร คร้ า ยแรง เสี ยท รั พ ย์หมดตัวเพราะมัวเมา ฯลฯ

ก็อาจจะทำให้ชีวิตเปลี่ยนได้ ซึ่งเขาก็อาจจะสามารถหยุดความเจ้าชู้ลงในชาตินั้น ๆ ได้ แต่หากได้โงหัวผงาดขึ้น มาใหม่ เช่น ร่ำร ว ย หรือเปลี่ยนถิ่นที่อยู่ ก็อาจจะเป็นโอกาสที่เขาจะได้แสดงความเจ้าชู้อีกครั้ง

ทำชั่ วสะสมมากเข้าจนกระทั่งต า ย แม้ว่าจะต า ย ก็ยังไม่จบเพราะกิเลสไม่ต า ย ความต า ย ในเชิงความเข้าใจของโลกนั้นดูเหมือนว่าทุกอย่ างจะจบ แต่แท้ที่จริงแล้วเป็นเพียงแค่การเปลี่ยนภพ เปลี่ยนร่างไปสู่อีกร่างหนึ่ง

แต่คนที่เจ้าชู้ ย ากนักที่จะได้เกิดเป็นคนอีก อาจจะกล า ยเป็นหมู เป็นหมา เป็นวัว เป็นควาย ให้เขาตอน ให้เขาผสมพันธุ์ ต้องรับก ร ร มจากการที่ไปเจ้าชู้กับคนอื่นนานแสนนานจนกว่าจะใช้ก ร ร มหมด

จนได้เกิดเป็นคนอีกครั้ง ทีนี้พอเกิดเป็นคนแต่กิเลสยังไม่ต า ย กิเลสตัวเจ้าชู้ยังมีอยู่เหมือนเดิมนั่นแหละ ก็ทำบาปเวรภั ยต่อไปอีกเรื่อย ๆ เกิดแล้วต า ย วนเกิดเป็นสั ต ว์เป็นคนเจ้าชู้ไม่รู้กี่ภพกี่ชาติ

ต้องทรมานและต า ย เพราะความเจ้าชู้นั้นไม่รู้กี่ครั้ง จนกระทั่งชาติใดชาติหนึ่งก็เริ่มที่จะเข็ดขย าดกับความเจ้าชู้ เริ่มหัน มาเป็นคนดีบ้าง แต่ก็ต้องพบกับก ร ร มที่ตัวเองเคยเจ้าชู้มาก่อนเข้ามาอัดซ้ำแล้วซ้ำอีก

แล้วก็วนเวียนกลับไปเป็นคนเจ้าชู้อีกเพราะกิเลสยังไม่ต า ย วนกลับไปกลับมาระหว่างคนเจ้าชู้กับไม่เจ้าชู้นี่แหละ สุดท้ายก็ติดดีเ ก ลี ย ดเจ้าชู้วนเวียนไปนานแสนนาน จนกว่าจะพบกับครูบาอาจารย์ที่สอนวิธีดับกิเลส

พอได้รู้วิธีดับกิเลสแต่ก็ขี้เกียจ หวงกิเลส ไม่เชื่ออีก ก็ต้องเกิดต า ย เกิดต า ย อยู่หล า ยชาติจนพบว่าไม่มีทางใดพ้นทุ ก ข์นอ กจากการดับกิเลส เมื่อรู้ดังนั้นก็ต้องเพียรดับกิเลสกันอยู่หล า ยภพหล า ยชาติ

ต า ย แล้วก็เกิดมาสู้กิเลสใหม่ กิเลสก็ยังไม่ต า ย สักที จนในที่สุดวันที่เพ่งเพียรพย าย ามอย่ างเต็มที่ได้มาถึง เมื่อได้ปฏิบัติสัมมาอริยมรรคซึ่งเป็นทางเดินสู่การพ้นทุ ก ข์คือ การดับกิเลสในจิตวิญญาณให้สิ้นเกลี้ยง

ก็จะได้รับผลเป็นปัญญารู้แจ้งในกิเลสเรื่องเจ้าชู้นั้น ๆ รู้ทุกเหลี่ยมทุกมุม ทุ ก ข์โ ท ษภั ย ผลเสี ย รู้ก ร ร มและผลของก ร ร ม รู้ว่าการฆ่ ากิเลสนี้ย ากเพียงไร พอมีความรู้มีธรรมอันนี้จริงในวิญญาณแล้วก็ถือว่าเป็นสุดท้าย เป็นตอนจบของความเจ้าชู้แล้ว

หลังจากนั้นคือเอาความรู้ที่ได้จากการปราบความเจ้าชู้ ไปสอนคนอื่นเพื่อพัฒนาปัญญา เพิ่มกุศลที่ต้องใช้เพื่ออาศัยในชาติภพต่อ ๆ ไป เพื่อเป็นพลังในการทำล า ยกิเลสตัวอื่นที่ยังเหลืออยู่ต่อไป

ที่มา   songtorkwamrak