ผลไม้ 5 ชนิด ที่กินบ่อยๆ อาจจะไม่ดี

การที่เราเลือ กทานผลไม้ หรืออาหารต่างๆ เราก็ควรที่จะต้องทานให้มันเหมาะสมกับประมานที่ร่างกายของเราสามารถที่จะรับได้ และวันนี้เราก็มีบทความที่อย ากจะนำเสนอเกี่ยวกับ ผลไม้ 5 ชนิด ที่กินบ่อยๆ อาจจะไม่ดี ไปดูกันว่าผลไม้อะไรบ้างที่ทานไปบ่อยๆ ไม่ดีต่อสุข ภาพสักเท่าไรนัก

อย่ างที่รู้กันว่าผลไม้ทุกประเภทมีประโยชน์ แต่ละอย่ างล้วนมีวิต ามิน แร่ธาตุ และสารอาหารบางชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนั้นการกินผลไม้แบบสด ๆ โดยไม่ผ่ านการปรุงแต่งแปรรูป

อย่ างการคั้นน้ำ การหมักดอง ฯลฯ ก็จะช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์ต ามไปด้วย ทำให้บางคนคิดว่ากินผลไม้แล้วดี ก็เลยกินแบบไม่บันยะบันยัง ซื้ อมาทั้งกิโลกรัมก็กินหมดในคราวเดียว

เพราะคิดว่าผลไม้มีแต่ข้ อดี ไม่มีข้ อเสีย แต่รู้ไหมการกินผลไม้มากเกินไป ก็เกิดโทษได้เหมือนกัน โดยเฉพาะผลไม้หาง่ายในบ้านเราทั้ง 5 อย่ างนี้ ยิ่งกิน มาก ยิ่งส่ งผลร้ า ยต่อร่างกายมากจนน่าตกใจเลยทีเดียว

1 ฝรั่ง

ฝรั่งเป็นผลไม้อีกชนิดที่มีประโยชน์มากมาย ทั้งแร่ธาตุ วิต ามินซีสูง แต่ให้พลังงานน้อย กินแล้วช่วยรั ก ษ าระดับน้ำต าลในเ ลื อ ดให้สมดุล ลดรอยเหี่ยวย่น แก้ท้องร่วง ต้านห วั ด

ลดไขมันเลว ฯลฯ เรียกว่าคุณประโยชน์มาเต็มจนไม่กินไม่ได้แล้ว หล า ยคนกินฝรั่งแทบทุกวัน ซึ่งถ้ากินบ่อย กินทุกวัน แต่กินในปริมาณที่พอเหมาะก็ไม่มีปัญหาอะไร เพียงแต่ต้องดูที่มาให้ดี

เพราะฝรั่งจัดเป็นผลไม้ที่มีสารพิ ษตกค้างสูงเป็นจำนวน มาก ถ้าเลือ กดี แบบไร้สารพิ ษ และกินให้พอเหมาะก็จะได้รับประโยชน์เต็ม ๆ

แต่เมื่อไรก็ต ามที่เผลอต ามใจปากกินฝรั่งเข้าไปมากเกินไป ( ไม่เกินวันละ 1 ลูก ) จากข้ อดีก็จะกล า ยเป็นข้ อเสียทันที เพราะฝรั่งมีคาร์โบไฮเดรตสูง ทำให้ย่อยย าก ถ้ากินเยอะเกินไปอาจท้องอืดได้

2 มะละกอ

ผลไม้ใกล้ตัวที่มีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะกินสุกหรือดิบก็มีสารอาหารและวิต ามินอัดแน่นด้วยกันทั้งนั้น โดยเฉพาะมะละกอสุกถูกจัดเป็น 1 ใน 9 สุดยอ ดผลไม้ที่มีกากใยสูง

มีฤทธิ์เป็นย าระบายอ่อน ๆ ช่วยทำให้ขับถ่ายเป็นปกติ และยังเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของวิต ามินเอ วิต ามินซี โพแทสเซียม โฟเลต และเส้นใยอาหารด้วย

แม้จะมีประโยชน์มากมาย แต่มะละกอก็เป็นผลไม้ที่ถูกจัดอันดับว่ามีสารพิ ษตกค้างมากที่สุดด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงต้องเลือ กที่สดและปลอ ดสารพิ ษจึงจะดีที่สุด ส่วนปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการกินในแต่ละวัน

แม้จะยังไม่มีข้ อมูลทางโภชนาการที่ชัดเจนในการกิน มะละกอ แต่ก็ควรบริโภคให้อยู่ในปริมาณที่พอดี ไม่มากจนเกินไป และไม่ควรกินทุกวันติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะแม้จะมีประโยชน์มาก แต่ถ้ากินทุกวันติดต่อกันก็มีโทษไม่น้อยเช่นกัน

สำหรับคนปกติ ร่างกายแข็งแรง แม้มะละกอจะมีประโยชน์มาก แต่การกิน มากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่ เพราะมะละกอมีวิต ามินเอสูง ถ้ากิน มากไป มีความเสี่ยงต่อ กระดูกและข้ อต่อ

อาจมีอ า ก า รเบื่ออาหาร เซื่องซึม นอนไม่หลับ กระวนกระวาย ผมร่วง ป ว ดศีรษะ ท้องผูกด้วยก็ได้ และถ้ากิน มะละสุกมากไปก็อาจทำให้สารมีสีพวกแคโรทีนอยด์ไปสะสมในร่างกาย ทำให้ผิวมีสีเหลือง ฝ่ามือเหลืองได้

3 ส้ม

ส้มคือผลไม้ยอ ดนิยมที่คนไทยชื่นชอบกันอย่ างมาก เพราะนอ กจากจะมีประโยชน์มากมายแล้ว ยังเป็นผลไม้หาง่าย ร า ค าไม่แพง โดยปกติส้ม 1 ลูกประกอบด้วยสิ่งที่มีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เส้นใยอาหาร แร่ธาตุและวิต ามิน

วิธีกินส้มที่ได้ประโยชน์ที่สุดคือกินทั้งลูกโดยแกะแค่เปลือ กออ กเท่านั้น ส่วนเส้นใยสีขาวที่ติดอยู่กับผลด้านในนั้นก็กินได้ แถมมีวิต ามิน มากกว่าผลส้มเสียอีก แต่แม้ส้มจะ

มีประโยชน์มากก็ใช่ว่าจะกินเท่าไหร่ก็ได้ เพราะมีประโยชน์ก็มีโทษได้เหมือนกัน โดยเฉพาะปริมาณสารพิ ษตกค้าง ซึ่งส้มถือว่าเป็นผลไม้ที่มีสารพิ ษตกค้างมาเป็นอันดับหนึ่ง

ที่สำคัญวิต ามินซี ถ้าได้รับในปริมาณที่มากกว่า 500 มิลลิกรัมต่อวันต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน สามารถทำให้เกิดนิ่วในไ ตได้ รวมถึงหากรับประทานวิต ามินซีมากเกิน 1,000 มิลลิกรัม

ยังอาจทำให้ท้องเสียได้ด้วย นอ กจากนี้ผู้ป่ ว ยโ ร คเ บ า ห ว า น ยิ่งไม่ควรระมัดระวังเรื่องปริมาณการกิน มากเป็นพิเศษ เพราะส้มเป็นผลไม้ที่มีน้ำต าลสูง ดังนั้นควรกินแต่พอดีเพื่อประโยชน์สูงสุด

4 ทุเรียน

ราช าแห่งผลไม้ที่ใครได้ลองชิมเป็นต้องติดใจ ด้วยกลิ่นและรสช าติเฉพาะตัวทำให้หล า ยคนปลื้มปริ่มกับการกินทุเรียนเป็นอย่ างมาก ก็เลยอาจเผลอไผลกินเยอะเกินเหตุไปบ้าง

แม้ทุเรียนจะช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย และยังมีเส้นใยที่ช่วยลดไขมันได้ดี มีวิต ามินซี ช่วยในการดีท็อ กซ์ลำไส้ แต่ประโยชน์ทั้งหมดทั้งมวลนี้จะต้องอยู่บนพื้นฐานของการไม่กิน มากจนเกินไป

ปริมาณที่เหมาะสมของการกินทุเรียนคือ 1 พูต่อวัน ซึ่งเมื่อไหร่ก็ต ามที่กิน มากเกินไป โทษอย่ างน้อยที่สุดก็คือทำให้แน่นและจุกเสียด โดยเฉพาะเมื่อกินทุเรียนคู่กับแอลกอฮอล์จ

ะทำให้เกิดอ า ก า รช า วิงเวียนศีรษะ หน้าแดง อาเจียน อาหารไม่ย่อย ท้องอืด ไม่สบายตัว และอาจเป็นอั น ต ร า ยได้ถ้ามีอ า ก า รข า ดน้ำหรือหมดสติ

คนที่ต้องระวังที่สุดก็คือ คนที่มีโ ร คประจำตัว เช่น เ บ า ห ว า น ความดั นโ ล หิ ตสูง โ ร คไ ต หลอ ดเ ลื อ ดหัวใจตีบ เพราะทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีน้ำต าลสูง ไขมันสูง โพแทสเซียมสูง กินแล้วร้อน ซึ่งส่ งผลกระทบกับผู้ป่ ว ยโดยตรง

5 แก้วมังกร

แก้วมังกรผลไม้ยอ ดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก เนื่องจากมีน้ำต าลน้อย แคลอรี่ต่ำ มีสารต้านอนุมูลอิสระ เรียกว่าเป็นผลไม้มากคุณประโยชน์ที่แม้แต่คนที่ไม่ได้ต้องการลดน้ำหนักก็นิยมกินกันอย่ างแพร่หล า ย

เพราะแก้วมังกรช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ทำให้แข็งแรง ต้านโ ร คภั ยต่าง ๆ แต่สรรพคุณเหล่านี้จะส่ งผลก็ต่อเมื่อไม่กิน มากเกินไปเท่านั้น

ข้ อแนะนำสำหรับการกินแก้วมังกรคือ ควรกินแค่วันละ 1 ผลเท่านั้นและควรเลือ กซื้ อจากแหล่งข า ยที่ไว้ใจได้ เนื่องจากแก้วมังกรจัดอยู่ในผลไม้ที่มีสารพิ ษมากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ

แม้จะปลูกง่าย กินง่าย ได้ประโยชน์ แต่หากกินแก้วมังกรที่ประกอบด้วยสารพิ ษตกค้างเป็นจำนวน มาก ก็ไม่อาจได้รับประโยชน์ได้

นอ กจากนี้ หากกิน มากเกินไปจะทำให้ท้องเสียง่าย มือเท้าเย็น เพราะแก้วมังกรเป็นผลไม้เย็น ดังนั้นจึงไม่เหมาะอย่ างยิ่งสำหรับผู้หญิงที่มีประจำเดือน เนื่องจากความเย็นของแก้วมังกรทำให้เ ลื อ ดจับตัวเป็นก้อนได้

นอ กจากผลไม้ทั้ง 5 อย่ างนี้ ผลไม้อื่น ๆ ถ้ากิน มากไปก็เกิดโทษได้เหมือนกัน ดังนั้นการกินที่ถูกต้องที่สุดคือ การกินแต่พอดี

ในปริมาณที่พอเหมาะ ที่สำคัญต้องดูสภาพร่างกายของเราเป็นหลักด้วย ถ้ามีโ ร คประจำตัวก็ต้องให้ความสนใจกับการกิน มากกว่าเดิม

ที่มา todaylineme