นิสัย 7 อย่ างนี้ ที่คนจะเป็นเศรษฐี ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เขาจะมี

เมื่อคุณนั้นเป็นคนที่อย ากร ว ย คนหนึ่งและมีความมุ่งมั่น มานะที่จะสร้างตัวเองให้ร ว ยขึ้น มาได้ และวันนี้เราก็จะมีบทความเกี่ยวกับ นิสัย 7 อย่ างนี้ ที่คนจะเป็นเศรษฐี ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เขาจะมี ไปดุกันว่าคนจะเป็น มหาเศรษฐี เขาจะมีนิสัยแบบไหน

ชีวิตคนเรานั้นมันไม่แน่ไม่นอนเสมอไปหรอ กนะ มีขึ้นสู่จุดสูงสุด ก็มีดิ่งลงไปจุดต่ำที่สุดได้เป็นธรรมดา ตอนที่เราร ว ยหรือประสบความสำเร็จในชีวิต อย่ าคิด ที่จะทะนงตนให้มาก คิดว่าตัวเองเหนือ กว่าใครเด็ดข า ด อย่ าลืมนะว่า หากเราล้มมาแล้ว คนจะรอซ้ำเราเยอะแน่นอน

แต่ให้คิดว่าตอนที่เราประสบความสำเร็จ เราควรจะช่วยเหลือคนอื่น ทำตัวดีๆเข้าไว้ แล้วจะมีแต่คนรักเรา คอยช่วยเหลือเรา เผื่อวันไหน ที่เราพลาดขึ้น มา ก็พร้อมที่จะมีมือที่คอยยื่น มาช่วยเราแน่นอน อย่ าคิดที่จะดูถูกใครแม้ว่าเราจะอยู่เหนือ กว่าเขาเด็ดข า ด

เพราะนั่นมันไม่ใช่สิ่งที่คนดีๆเขาทำกัน และมันก็ไม่ส่ งผลดี ต่อตัวเราเองเลยสักนิด คนเราจะร ว ยจะจนก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน อย่ าคิดว่าตัวเองดีกว่า แล้วจะสามารถดูถูกใครได้เด็ดข า ด เพราะสักวันหนึ่งเราอาจจะต้อง ขอความช่วยเหลือจากคนที่เราอาจเคยดูถูกมาก่อนก็ได้

เห็นตำราหล า ยเล่มบอ กถึงการจัดการเงินของคนร ว ย เลยมีคนชอบถามมาว่า ‘ถามจริงๆ คนร ว ยเค้าจัดการเงินอย่ างที่พูดรึปล่าว’ ก็เลยค้นหาจาก g o o g l e พบงานวิจัย ‘7 นิสัยพึงมี….ถ้า อย ากร ว ย’

งานวิจัยนี้จัดทำโดย โธมัส สแตนลีย์ ผู้สัมภาษณ์ ‘เศรษฐีข้างบ้าน’ มาแล้ว 1,100 คน พบว่า ‘คนที่ร ว ยจริงๆ’อาจมีวิธีสร้างตัวต่างกัน แต่กลับมีนิสัยเหมือนกัน 7 ประการต่อไปนี้

1. สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกหลานพึ่งพาตัวเอง

อย่ าให้ลูกหลาน มาผลาญเงินเราได้ ต้องสอนให้ลูกหลานหัดทำมาหากินด้วยลำแข้งตัวเอง มรดกที่ดีที่สุด ที่จะให้ลูกหลาน คือ การศึกษา เราต่างคุ้นเคยกับสุภาษิต ‘ให้ปลาฉันหนึ่งตัว ฉันมีกินแค่หนึ่งวัน สอนฉันจับปลา ฉันมีกินตลอ ดไป’ ถ้าเราให้แต่เงินลูกหลาน

เมื่อเงินหมด ลูกหลานก็จะลำบากไม่รู้จะหากินอย่ างไร แต่ถ้าเราให้ความรู้ ลูกหลานก็จะพัฒนาหาเลี้ยงชีพได้ต่อไป แต่ถ้าให้ดีขึ้นไปอีก ก็สอนลูกข า ยปลาด้วยเลย เพราะถ้ามีแต่ความรู้อย่ างเดียว อาจต้องกินแต่ปลาตลอ ดชีวิต ถ้ารู้จักข า ยปลา ก็จะสามารถเอาความรู้มาใช้หากิน ได้เงิน มาซื้ อห มู ไก่ กินได้เพิ่มขึ้นอีก

2. เลือ กอาชีพที่ ‘ใช่’

‘เจ้าของเงินล้าน’ อาจมีอาชีพหลากหล า ย แต่สำคัญมันต้องเป็นอาชีพที่ ‘ใช่’ สำหรับเขาเท่านั้น จริงอยู่ที่ผู้ประกอบการมีโอ กาสเป็น ‘เจ้าของเงินล้าน’ เร็วกว่าคนทั่วไป 4 เท่า แต่กระนั้นก็ไม่พบว่ามีธุรกิจประเภทหนึ่งประเภทใดที่จะประสบความสำเร็จมากกว่าประเภทอื่นๆ

สรุปว่าความร่ำร ว ยมาจากลักษณะนิสัยของพวกเขา มากกว่าประเภทธุรกิจที่เลือ กทำ ซึ่งข้ อนี้ต่างจากที่พวกเราชอบทำกันคือ เลือ กอาชีพที่นิยม มากกว่าอาชีพที่ใช่ อย่ างเช่น ช่วงร้านกาแฟบูม ก็แห่กันเปิดร้านกาแฟจนเต็มไปหมด ในที่สุดหล า ยๆร้านก็ต้องพับกระเป๋ากลับบ้านข า ดทุนกันไป

3. มุ่งสร้างตัวด้วยสองมือเปล่า ไม่สนใจมรดกหรือ การสนับสนุนจากพ่อแม่

80% ของ ‘เจ้าของเงินล้าน’ สร้างเงินล้านด้วยมือเขาเองล้วนๆน้อยคนที่จะพี่งพาพ่อแม่หรือเฝ้ารอมรดกยิ่งเริ่มต้นจากมือเปล่า พวกเขาก็ยิ่งแกร่ง เจ้าของเงินล้านส่วนใหญ่สามารถยืนได้บนลำแข้งของตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อย

4. ทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ไปกับการวางแผนสร้างตัว

‘เจ้าของเงินล้าน’ มักใช้เวลาเฉลี่ยวันละ 8 ช าโมงต่อเดือนกับการวางแผนชีวิต ขณะที่คนทั่วไปใช้เวลาคิดแต่เรื่องหา……….ความสุข หล า ยคนเมื่อพูดถึง

เรื่องการวางแผนการเงินมักจะบอ กว่าไม่มีเวลาทั้งที่จริงๆใช้เวลาน้อยมากไม่กี่นาทีในแต่ละวัน แต่กลับมีเวลาเดินตลาดเพื่อใช้จ่ายเงินวันละกว่าช าโมง

5. ให้ความสำคัญกับอิสรภาพทางการเงิน มากกว่าสถานะทางสังคม

‘เจ้าของเงินล้าน’ ตัวจริงชอบใช้ชีวิตแบบชนชั้นกลาง อยู่ในบ้านขนาดพอสบาย ขับรถยี่ห้อทั่วๆไปที่ใช้งานได้ดี พวกเขาไม่ชอบแข่งขันเอาหน้ากับใคร จึงไม่ต้องมีห นี้ก้อนใหญ่ไว้คอยฉุดดึงชีวิต วันก่อนได้ไปร่วมบรรย ายเรื่องการวางแผนการเงิน พบว่า

สาเหตุหนึ่งของการมีห นี้เยอะ คือ การชอบเปรียบเทียบกับชาวบ้าน เห็นข้างบ้านมีอะไรแล้ว ต้องมีมากกว่า ดีกว่า ไม่รู้แข่งขันไปได้ประโยชน์อะไร เพราะสุดท้ายคนที่ happy คือ คนข า ยของ ส่วนคนที่ทุ ก ข์ คือ ตัวเราเอง

6. ใช้จ่ายอย่ างมีเหตุผล

คนส่วนใหญ่ถึงทำงานหนัก กระเป๋าหนัก แต่มักใช้จ่ายหนักด้วย จึงร ว ยไม่สำเร็จ ตรงกันข้ามกับ’เจ้าของเงินล้าน’ ที่ทั้งทำงานหนัก กระเป๋าหนัก แต่คิดหนักด้วยเมื่อใช้จ่ายเปรียบคนทั่วไปเป็นนักฟุตบอลกองหน้าที่มุ่งแต่จะทำเกม จนเสียประตู แต่คนร ว ยพวกนี้ให้ความสำคัญกับการรั ก ษ าประตูเท่า ๆ

กับการทำเกม ตัวอย่ างง่ายๆ ที่เห็นได้ชัด คือ ‘The Latte Effect’ : skip coffee and make money’ เพียงแค่เราประหยัดกาแฟแพงๆแก้วละ 100 บาท วันละแก้ว 1 ปีเราจะมีเงินเก็บ 36,500 บาท แต่ถ้าเงินที่เก็บทุกวันเราสร้างผลตอบแทนได้ 8%/ปี 1 ปีเราจะมีเงินเก็บ 38,000 บาท

ถ้าเราเก็บอย่ างนี้ไปได้เรื่อยๆ เพียง 10 ปี เราจะมีเงินออมที่เพิ่มจากการประหยัดกาแฟถึง 560,000 บาท นี่แค่ประหยัดกาแฟ 1 แก้ว ถ้าเราประหยัดกาแฟได้ 2 แก้ว เราก็จะมีเงินเก็บ 1,120,000 บาทเลยทีเดียว เงินล้านมีได้ไม่ย ากเลย เห็นมั๊ยครับ

7. มุ่งมองหาสิ่งที่ดีกว่าอยู่เสมอ

‘เจ้าของเงินล้าน’ ไม่ชอบลงทุนกับสิ่งไร้สาระ แต่จะลงทุนกับนวัตก ร ร มใหม่ๆ ที่จะทำให้เขาร่ำร ว ยขึ้น พวกเขาสนใจเรื่องหลากหล า ย ตลาดใหม่ๆ ซอฟท์แวร์ดีๆ คำแนะนำเรื่องภาษีกฎหมาย

เทคโนโลยี ข่าวสาร การศึกษา ฯลฯ สิ่งใดที่ทำให้ชีวิตเขาพัฒนาเขาก็พร้อมจะลงทุนกับมัน เราอาจเริ่มง่าย ๆ แค่ลดเวลาดูละครน้ำเน่าลงซักนิด แบ่งเวลามาอ่ า นหนังสือที่ดีมีประโยชน์ ติดต ามข่าวสารทางเศรษฐกิจบ้าง แค่เดือนเดียวเราจะรู้สึกเลยว่า ‘เอ๊ะ เราฉลาดขึ้นนะเนี่ย’

ดูนิสัยการจัดการเงินของคนร ว ยก็สมเหตุสมผลที่จะทำให้ร ว ยได้ ยังไงก็ลองดูนะ เอาใจช่วยเสมอ ส่วนผมก็จะทำบ้าง อย ากร ว ยเหมือนกัน

ที่มา verrysmilejung