จุดสำคัญ 8 จุดที่ควรตรวจสภาพก่อนใช้งาน เพื่อความปลอ ดภั ยของตัวคุณเอง

ในวันที่ต้องเดินทางไกลๆ และต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวของคุณเอง คุณนั้นควรที่จะต้องทำการตรวจเช็คสภาพของรถของคุณก่อนที่จะออ กเดินทาง และวันนี้เราก็มีบทความเกี่ยวกับ

จุดสำคัญ 8 จุดที่ควรตรวจสภาพก่อนใช้งาน เพื่อความปลอ ดภั ยของตัวคุณเอง ไปดูกันว่า จุดตรงไหนบ้างที่คุณนั้นควรจะต้องตรวจเช็คและไม่ควรที่จะมองข้ามไป

รถยนต์ หมายถึง ย านพาหนะทางบกที่ขับเคลื่อนที่ด้วยพลังงานอย่ างใดอย่ างหนึ่งและถ่ายทอ ดลงสู่ล้อ เพื่อพาผู้ขับ ผู้โดยสาร หรือสิ่งของ ไปยังจุดหมายปล า ยทาง ปัจจุบัน

รถยนต์โดยส่วน มากได้รับการออ กแบบอย่ างซับซ้อนในทางวิศวก ร ร ม และหลากหล า ยประเภท ต ามความเหมาะสมของการใช้งาน หรือใช้สำหรับงานเฉพาะกิจ ทั้งนี้เว้นแต่รถไฟ

นอ กจากเรื่องก ฎ จ ร า จ รและทั ก ษ ะ ในการขับขี่ที่ดีแล้ว สภาพรถก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะวัดว่าเราจะป ล อ ด ภั ย ตลอ ดเวลาที่อยู่บนท้องถนนหรือไม่ หน้าที่ของคนขับจึงต้อง ห มั่ น

ตรวจสอบสภาพรถอยู่เสมอ ด้านหนึ่งก็คือ การนำรถเข้าศูนย์ต ามระยะ อีกด้านหนึ่งก็คือ การเช็คจุดสำคัญๆ

ในเบื้องต้น ก่อนสต าร์ทรถทุกครั้ง ลองมาดูกันว่า 8 จุด ตรวจเช็ครถก่อนใช้ ที่ว่านี้มีอะไรบ้าง

1 ช่วงล่าง ในตอนที่ยังไม่ได้ออ กรถมันก็เช็ ค ย า กพอสมควร ให้เราดูสภาพภายนอ กรวมๆ ไปก่อนก็แล้วกันว่าไม่มีอะไรเสียห า ย แล้วคอยสังเกตว่าระหว่างขับไป มันบังคับพวงมาลัย ย า ก ไหม มันกระ แ ท กมากเกินปกติหรือไม่

2 ระบบไฟ แน่นอนว่าไม่ใช่การตรวจวงจรไฟของรถทั้งคัน นั่นมันยุ่งย า กเกินไป ไฟในที่นี้หมายถึงไฟที่ให้ความสว่าง ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้ารถ หลังรถ ไฟเลี้ยว ตรวจให้หมด หากมี เห ตุให้ต้องขับขี่ในย า มค่ำคืนก็จะได้ไม่มีปัญหา

3 ใบปัดน้ำฝน ถ้าหากลองสังเกตดู ก็จะรู้ว่าใบปัดน้ำฝนนั้นมีอายุการใช้งานอยู่ หากปล่อยปละละเลยไปนานๆ ย า งจะเ สื่ อ ม แล้วก็สึก ทำให้รีดน้ำได้ไม่ดีเหมือนเดิม ทางที่ดีควรเปลี่ยนเมื่อครบกำหนดเสมอ ไม่จำเป็นต้องรอให้มันเสียห า ย

4 ความสมบูรณ์ของย างรถยนต์ จุดสำคัญที่พลาดไม่ได้เลยก็คือล้อทั้ง 4 ต้องดูว่า ด อ ก ย า งเป็นยังไง สึกมากเกินไปหรือไม่ มีจุดรั่วหรือมีอาการแตกล า ยงาบ้างหรือยัง นอ กจากนี้ก็ต้องดูเรื่องลมย า งไม่ให้อ่อนกว่ามาตรฐาน

5 ระบบเบรก เบรกที่เราใช้งานอยู่เกือบตลอ ดเวลานั้น มันก็มีความเสื่อมต ามเวลาได้เหมือนกัน ไหนจะน้ำมันเบรก ไหนจะผ้าเบรก ต้องตรวจเช็คทั้งหมด และบำรุ ง รั ก ษ าให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ ไม่งั้นเวลา ฉุ ก เ ฉิ นที่เราต้องเบรกมันจะ อัน ต ร า ยมากทีเดียว

6 แบตเตอรี่ จริงๆ ถ้าส่วนนี้มีปัญหาเราก็จะได้สัญญาณที่ชัดเจนเลย เช่น สต าร์ทเครื่องไม่ติด สต าร์ทแล้วติ ดย า ก เป็นต้น ส่วนที่ต้องดูก็คือ

ขั้วแบตห ล ว มหรือไม่ หากเป็นแบตที่ต้องเติมน้ำกลั่น ก็ต้องคอยเติม อ ย่ าให้แห้งเป็นอันข า ด สภาพภายนอ กก็ต้องไม่บิดเบี้ยวไปจากปกติ

7 น้ำมันเครื่อง เราเช็คเองได้ง่ายๆ ด้วยการดูระดับน้ำมันจากก้านวัด ถ้ามันพร่องไปก็เติมให้อยู่ในระดับที่กำหนด หากต้องเดินทางไกลก็ควรซื้ อน้ำมันเครื่องที่ใช้ประจำติดรถไว้สักหน่อยก็ดี

8 เข็มขัด นิ ร ภั ย หล า ยคนสงสัยว่าเข็มขัดมันจะไปตรวจอะไรได้ ความจริงแล้วเข็มขัดมีหน้าที่เซฟร่างกายไม่ให้ไปก ร ะ แ ท กกับบริเวณอื่นๆ ในรถ ดังนั้นเวลาดึงเข็มขัดแ ร งๆ มันจะต้องล็อ กเอาไว้ไม่ไหลไปเรื่อยๆ ถ้ามันไม่หยุดก็คงต้องเอารถเข้าศูนย์กันอีกสักรอบ

รายการตรวจสภาพรถที่ว่านี้ หากทำเป็นประจำก็จะคล่องแคล่วและเสียเวลาไม่มาก นอ กจากจะทำให้

เรามั่นใจในขณะขับขี่แล้ว ก็ยังช่วยเราถ น อ ม รถให้มีสภาพสมบูรณ์ เวลาเอาเข้าศูนย์ก็ไม่ต้องเสียเงินซ่อมบำรุงเยอะเกินไปอีกด้วย

ที่มา krustory, th.wikipedia.org