คนที่ฉลาดและเป็นคนเก่ง เขาจะเลือ กทำ 9 ข้อนี้

คนที่ฉลาดและเป็นคนเก่ง เขาจะเลือ กทำ 9 ข้อนี้

คนฉลาดมักเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น คนมีปัญญามักเห็นทุกอย่าง แต่แกล้งไม่เห็นบางอย่าง

การเป็นคนเก่งและคนฉลาดนั้น เราต้องหมั่นฝึกฝนตัวเองเป็นประจำ หากว่าเราเป็นคนฉลาดและเก่ง แต่ไม่หมั่นฝึกฝนตัวเองเป็นประจำ อาจจะมีคนอื่นที่เขาไม่เก่ง ไม่ฉลาด แต่เขาเป็นคนขยันฝึกฝนตัวเองอยู่บ่อยครั้ง เขาก็อาจจะเป็นคนเก่ง คนฉลาดได้ในปัจจุบัน และหากจะเป็นคนเก่งตลอ ดเวลา เราต้องรู้จักเรียนรู้ ฝึกฝนตัวเองตลอ ดเวลาเช่นกัน อย่าบ่อยเวลาในแต่ละวันทิ้งเปล่า

คนเก่ง คือ คนที่มีความสามารถในการทำงาน มีพื้นฐานการคิดวิเคราะห์ มีทักษะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานเป็นอย่างดี ทำให้เรียนรู้ได้เร็ว เรียกว่าใช้เวลาน้อยกว่าแต่ทำงานได้มีคุณภาพมากกว่าคนอื่น ๆ ส่วนคนขยันก็คือคนที่มุ่งมั่นทุ่มเทในการทำงาน เอาการเอางาน พย าย ามเรียนรู้ทุกอย่าง แม้จะมีปัญหาอุปสรรคก็สามารถทำให้งานประสบความสำเร็จอย่างมีคุณภาพได้ แต่อาจใช้เวลามากกว่า

ความฉลาดและเก่ง ก็คือความ ส า ม า ร ถ หรือทักษะที่มีออ กมาใช้ กับ ทุ ก สิ่ง ทุ ก อย่ างในชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่เรา ส า ม า ร ถ จะทำเพื่อตัวของเราเอง และ 9 ข้อต่อไปนี้ เป็นการเพิ่มความฉลาด ซึ่งมันอาจจะช่วยเปลี่ยนคุณให้เลยก็ได้ และช่วยให้ ส ม อ ง มีความเฉียบแหลมขึ้น ยิ่งฝึก ก็ยิ่งให้ผลดี เหมือนการออ กกำลังกายที่ส่งผลดีต่อ กล้าม เ นื้ อ ยิ่งฝึกฝนก็ยิ่งแข็งแรงขึ้นนั่นเอง

9 ฝึกให้ตัวเองเ สี ย ส ล ะ และยอมเ สี ยเปรียบคนอื่นบ้าง

การที่คนๆ หนึ่งยอมเสี ยเปรียบผู้อื่นบ้าง เป็นเรื่องที่จำเป็นใครก็ต ามที่บ้าความถูกต้อง บ้าเหตุผล ไม่ยอมเสี ยอะไรเลย ไม่นานคนๆ นั้นก็จะเป็นบ้ า กล า ยเป็นคนที่ถูก ทุ ก อย่ างแต่ไม่มีความสุข เพราะต้อง ป ะ ท ะ กับคนรอบข้างเต็มไปหมด เพื่อความถูกต้องที่ตนเองยึดมั่นถือมั่น

8 ฝึกอยู่กับปัจจุบัน

เมื่อเรากำลังรู้สึกห ด หู่ใจ นั่นแปลว่าเรากำลังอยู่กับอดีต เมื่อเรากำลังรู้สึกกังวลใจ นั่นแปลว่าเรากำลังอยู่กับอนาคต หากเรากำลังรู้สึกดีและมีความสุข ก็แปลว่าเรากำลังอยู่กับปัจจุบัน พ ร ะ พุ ท ธ เ จ้ า ทรงแนะว่าให้ทำทีละอย่ าง โฟกัสทีละงาน แล้วทุ ก ข์จะเข้าไม่ถึงใจเรา

7 ฝึกให้ตัวเองพ้นจากการเป็นท า ส ของเ งิ น

เราต้องหัดพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมี ใช้อะไรอยู่ก็จงพอใจ การที่คนเราจะเลิกเป็นท าสของ เ งิ น ได้ ต้องเริ่มจากการรู้จักเพียงพอก่อน เมื่อรู้จักพอแล้วก็ไม่ต้องหา เ งิ น มาก และเมื่อไม่ต้องหา เ งิ น มาก ชีวิต ก็มีโอ กาสทำอะไรที่มากกว่าการหา เ งิ น

6 ฝึกเป็นคนสบายๆ

อย่ าไปยึดกับความสมบูรณ์แบบมากไป เพราะความสมบูรณ์แบบมันไม่มีจริงหรอ ก มีแต่คนโ ง่เท่านั้นที่มองว่าความสมบูรณ์แบบมีอยู่จริง

5 ฝึกเข้าใจเรื่องของการ นิ น ท า

คนเรา ก็ต้องรู้ตัวว่าเราต้องถูกนิ น ท าแน่นอน และเมื่อถูกนิ น ท า ขอให้รู้ว่าเรามาถูกทางแล้วล่ะ แปลว่าเรายังมีตัวตนอยู่บนโลก คนที่ชอบเต้นแร้งเต้นกากับคำนิ น ท า เขาคือคนไม่รู้เท่าทันโลกนั่นเอง

4 ฝึกมองตัวเองให้เล็กเข้าไว้

จงเป็นคนธรรมดาอย่ าเป็นคนสำคัญ เมื่อเวลามีอะไรเกิดขึ้น อย่ าไปให้ความสำคัญกับตัวเรามากไป

3 ฝึกไม่สะสม

การสะสมอะไรสักอย่ างนั้นมันคือภาระ ไม่มีอะไรที่เราสะสมแล้วไม่เป็นภาระ เว้นแต่ความดี นอ กนั้นคือภาระทั้งหมด ไม่มากก็น้อย

2 ฝึกเข้าใจธรรมชาติ

ว่าอะไรๆ ก็ผ่ านไป เมื่อมีความสุขก็ให้รู้ว่าเดี๋ยวความสุขมันก็ผ่ านไป เมื่อมีความทุ ก ข์ก็ให้รู้ว่าเดี๋ยวความทุ ก ข์ก็ผ่ านไป เวลามีสถานการณ์แ ย่ๆ เกิดขึ้น ก็ให้รู้ทันว่าเรื่องราวเหล่านี้ ก็คงผ่ านไปเช่นกัน

1 ฝึกเป็นคนนิ่งๆ พูดแต่สิ่งที่ดี

ถ้าอะไรไม่ดี ก็อย่ าไปพูดมาก ไม่ว่าสิ่งนั้นจะถูกหรือสิ่งนั้นจะผิ ด แต่หากมันไม่ดีเป็นไปได้ก็ไม่ต้องพูดเลย เพราะการพูดในทางเสี ยห า ยนั้น มีแต่ทำให้จิตใจตนเอง ต ก ต่ำลง